ซามูเอล เอโต้ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลแคเมอรูน ออกมาหนุน จานนี อินฟานติโน โดยยืนยันว่าเขาไม่คิดว่าข้อเสนอขายสิทธิ์บางส่วนของฟุตบอลโลกให้กับนักลงทุนเอกชนเป็นเรื่องผิด แม้แผนดังกล่าวจะถูกยุติไปแล้วหลังอินฟานติโนเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

เอโต้ให้สัมภาษณ์กับ CNN Sports และชี้ว่ากระแสต่อต้านเกิดขึ้นในช่วงที่อินฟานติโนกำลังลงชิงตำแหน่งอีกสมัย เขามองว่าจังหวะเวลาทางการเมืองของฟีฟ่าเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่าตัวแนวคิดเอง
ในมุมของเอโต้ ข้อเสนอนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องการกระจายโอกาสให้เท่ากันมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับชาติแอฟริกาที่มักเสียเปรียบในระบบพัฒนานักเตะและการแข่งขันระดับสูง
เหตุผลที่เอโต้หนุนแผนนี้
แผนของอินฟานติโนคาดว่าจะระดมเงินลงทุนเอกชนได้สูงสุด 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยสมาคมสมาชิกฟีฟ่าทั้ง 211 แห่งจะได้รับ 20 ล้านดอลลาร์ต่อสมาคม และยังมีเงินเพิ่มเติมอีก 66 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 ปีต่อจากนั้น
เอโต้เชื่อว่าเม็ดเงินลักษณะนี้อาจช่วยให้ชาติแอฟริกามีทรัพยากรพอจะยืนสู้กับชาติยักษ์ใหญ่ได้จริง ไม่ใช่แค่ในสนามแข่งขัน แต่รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาพรสวรรค์ให้อยู่กับประเทศต้นสังกัด
เขายกตัวอย่างคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งมีเชื้อสายแคเมอรูนทางฝั่งบิดา เพื่อสะท้อนประเด็นการดึงดูดและรักษาผู้เล่นพรสวรรค์ไม่ให้หลุดไปอยู่กับชาติอื่น

แรงต้านต่ออินฟานติโนยังไม่จบ
อินฟานติโนถูกกดดันให้ลาออกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังต้องถอยจากข้อเสนอนี้ ขณะที่มีรายงานว่า UEFA, Concacaf และ AFC กำลังพิจารณายื่นญัตติไม่ไว้วางใจ
เอโต้ยังมองว่ากระแสคัดค้านที่ดังที่สุดไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่ และชี้ว่าชาติใหญ่ครอบครองพื้นที่สื่อมากกว่า ทำให้มุมมองของประเทศที่ต้องการทรัพยากรพัฒนาฟุตบอลถูกกลบง่ายกว่าเดิม
สำหรับเอโต้ ประเด็นนี้จึงไม่ได้จบแค่ที่ข้อเสนอทางการเงินของฟีฟ่า แต่โยงไปถึงคำถามใหญ่เรื่องใครได้ประโยชน์จากโครงสร้างอำนาจในฟุตบอลโลก และใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง














