Gennaro Gattuso เปิดใจว่าความล้มเหลวในการพาทีมชาติอิตาลีไปเล่น World Cup 2026 คือ “แผลใจ” ที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต และย้ำว่าเขาหวังดีกับ Roberto Mancini ซึ่งกลับมารับงานคุมอัซซูรีอีกครั้ง

Gennaro Gattuso พูดหลังเกมที่ Lazio ชนะ Bologna และกล่าวถึง Roberto Mancini กับทีมชาติอิตาลี

Gattuso รับความพ่ายแพ้ยังตามหลอกหลอน

Gattuso กล่าวหลังพา Lazio เปิดซีซัน Serie A ด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือ Bologna เมื่อวันจันทร์ว่า ช่วงเวลา 10 เดือนที่คุมทีมชาติอิตาลีเป็นช่วงที่ดี แต่ความพ่ายแพ้ต่อ Bosnia-Herzegovina ในรอบเพลย์ออฟทำให้ทีมพลาดฟุตบอลโลกชายเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน และทิ้งบาดแผลที่เขาบอกว่าจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

เขายืนยันด้วยว่าลูกทีมในช่วงเวลานั้นทุ่มเทเต็มที่แล้ว จึงเป็นความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าผลการแข่งขันทั่วไป เพราะมันกระทบทั้งคนคุมทีมและภาพรวมของฟุตบอลอิตาลี

Mancini กลับมารับภารกิจเดิม

อิตาลีดึง Roberto Mancini กลับมาคุมทีมชาติในเดือนกรกฎาคม หลัง Gattuso ลงจากตำแหน่งในเดือนเมษายนไม่นานหลังความพ่ายแพ้ดังกล่าว Gattuso บอกตรงๆ ว่าเขามองว่า Mancini เป็นโค้ชระดับสูง มีประสบการณ์มาก และเคยพาทีมชาติประสบความสำเร็จมาแล้ว จึงขออวยพรให้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด

ประเด็นสำคัญของการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวกุนซือ แต่คือความพยายามพาอิตาลีกลับไปยืนในจุดที่ควรอยู่ หลังทีมชาติต้องเจอกับแรงกดดันหนักจากการพลาดฟุตบอลโลกสามครั้งติด

บริบทของการตัดสินใจ

Mancini วัย 61 ปี เคยคุมอิตาลีระหว่างปี 2018 ถึง 2023 และพาทีมคว้าแชมป์ European Championship ได้สำเร็จ แม้จะไม่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 2022 World Cup ก็ตาม เขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกในกระบวนการหากุนซือคนใหม่ แต่สุดท้าย FIGC เลือกเขาเหนือทางเลือกอื่นที่ถูกพูดถึงในช่วงก่อนหน้า

Lega Serie A เองก็เคยผลักดันให้ Antonio Conte กลับมารับตำแหน่งทีมชาติอีกรอบ ขณะที่ Ezio Maria Simonelli ระบุว่าตอนนี้ทุกฝ่ายควรหนุนหลัง Mancini และหวังว่าเขาจะพาฟุตบอลอิตาลีกลับสู่ความสำเร็จอีกครั้ง

สิ่งที่แฟนบอลต้องจับตา

สำหรับแฟนบอลอิตาลี นี่คือช่วงเวลาที่ผลลัพธ์สำคัญพอๆ กับความเชื่อมั่นในตัวผู้จัดการทีม เพราะโปรแกรมถัดไปที่ถูกระบุคือเกม Nations League พบ Belgium วันที่ 25 กันยายน ซึ่งจะเป็นหนึ่งใน 5 นัดสำคัญของทีมในช่วงต่อไป

ข่าวนี้จึงสะท้อนทั้งสองด้านพร้อมกัน คือความเจ็บปวดของ Gattuso ที่ยังไม่จาง และภารกิจของ Mancini ที่ต้องเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นทิศทางใหม่ของทีมชาติอิตาลี