เออร์ลิง ฮาแลนด์กำลังเป็นจุดรวมสายตาที่ชัดที่สุดของพรีเมียร์ลีก หลังช่วงซัมเมอร์ที่ภาพของลีกเปลี่ยนจากการรวมดาวดังรายบุคคล ไปสู่การแข่งขันของสโมสรที่ลงทุนกับคุณภาพและความลึกของขุมกำลังมากขึ้น การย้ายออกของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และซน ฮึง-มิน ยิ่งทำให้ฮาแลนด์โดดเด่นขึ้นในฐานะนักเตะระดับโลกที่ยังค้าแข้งอยู่ในอังกฤษ

ภาพประกอบเออร์ลิง ฮาแลนด์ ในบทความวิเคราะห์สถานะซูเปอร์สตาร์ของพรีเมียร์ลีก

ฮาแลนด์คือหน้าตาของลีกในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ในบรรดานักเตะที่เป็นศูนย์กลางความสนใจจากฟุตบอลโลก ทั้งลามีน ยามาล, ลิโอเนล เมสซี, คีลิยัน เอ็มบัปเป, จูด เบลลิงแฮม, โรดรี, แฮร์รี เคน และฮาแลนด์ มีเพียงกองหน้าชาวนอร์เวย์ที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก สถานะนี้ทำให้เขาเป็นตัวแทนความโดดเด่นของลีกได้ทั้งจากผลงานระดับแชมเปียนส์ลีกและพรีเมียร์ลีกที่สร้างไว้ก่อนหน้า

อิทธิพลของฮาแลนด์ไม่ได้อยู่แค่ในสนาม คลิปตัดผมและวิดีโอคอลกับโนเอล กัลลาเกอร์, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, แจ็ก กรีลิช และเป๊ป กวาร์ดิโอลา มีผู้ชมหลายล้านคนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมถึง YouTube ของเขาเอง การสื่อสารที่เข้าถึงง่ายเช่นนี้ช่วยขยายการรับรู้ตัวตนของนักเตะไปไกลกว่าฐานแฟนบอลสโมสร

ช่วงฟุตบอลโลก ยอดผู้ติดตาม Instagram ของฮาแลนด์เพิ่มจาก 40.6 ล้านเป็น 72.7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 32.1 ล้านคน ตามข้อมูลของ Sportico เขาเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีกเพียงคนเดียวใน 10 อันดับผู้เล่นที่ยอดผู้ติดตามเพิ่มสูงสุดในช่วงดังกล่าว

ภาพประกอบเออร์ลิง ฮาแลนด์ กับความสนใจจากแฟนฟุตบอลทั่วโลก

พลังของพรีเมียร์ลีกไม่ได้ผูกกับดาวเด่นเพียงคนเดียว

พรีเมียร์ลีกไม่มีผู้จัดการทีมระดับซูเปอร์สตาร์ในแบบที่เคยมี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, อาร์แซน เวนเกอร์, กวาร์ดิโอลา, โชเซ มูรินโญ และเจอร์เกน คล็อปป์ ต่างทำงานอยู่ที่อื่นหรือพ้นจากงานคุมทีมแล้ว เรื่องเล่าระหว่างกุนซือจึงลดน้ำหนักลง และยิ่งเปิดพื้นที่ให้ฮาแลนด์รับสปอตไลต์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจของลีกยังมาจากความแข็งแรงของสโมสรและฐานแฟนบอล ไม่ได้ขึ้นกับนักเตะหรือกุนซือคนใดคนหนึ่ง รายได้รวมของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2024-25 อยู่ที่ 8.098 พันล้านยูโร สูงสุดในกลุ่มห้าลีกใหญ่ตามรายงาน Deloitte

ลีกรายได้รวมฤดูกาล 2024-25
พรีเมียร์ลีก8.098 พันล้านยูโร
บุนเดสลีกา4.3 พันล้านยูโร
ลาลีกา4.1 พันล้านยูโร
เซเรีย อา3 พันล้านยูโร
ลีกเอิง2.2 พันล้านยูโร

สำหรับแฟนบอล ประเด็นสำคัญคือพรีเมียร์ลีกยังมีแรงดึงดูดจากการแข่งขันทั้งลีก แม้จำนวนดาวดังที่เป็นแม่เหล็กในระดับโลกจะลดลง ฮาแลนด์อาจเป็นหน้าตาของยุคนี้ แต่ความแข็งแกร่งทางการค้าของลีกยังตั้งอยู่บนหลายสโมสร ไม่ใช่ชื่อเดียว

ตลาดซื้อขายสะท้อนแนวคิดสร้างทีม

สโมสรพรีเมียร์ลีกใช้เงินรวม 3.46 พันล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ มากกว่าลีกอื่นทั่วโลก แต่การลงทุนจำนวนมากมุ่งไปที่การเพิ่มคุณภาพและตัวเลือกในทีม มากกว่าการทุ่มกับซูเปอร์สตาร์เพียงรายเดียว จาก 15 ดีลมูลค่าสูงสุด มี 11 ดีลเกิดขึ้นระหว่างสโมสรพรีเมียร์ลีก ขณะที่แบรดลีย์ บาร์โกลาย้ายจากปารีส แซงต์-แชร์กแมงไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์เป็นกรณีที่ต่างออกไป

  • กฎ Squad Cost Ratio จำกัดค่าใช้จ่ายในสนามของสโมสรไว้ที่ 85% ของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล รวมกับกำไรหรือขาดทุนสุทธิจากการขายนักเตะ
  • การใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์มีบทบาทมากขึ้นต่อการตัดสินใจ ทำให้สโมสรให้ความสำคัญกับนักเตะที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกหรือมีศักยภาพเติบโต
  • ในดีลจากต่างประเทศสู่พรีเมียร์ลีกที่มีมูลค่าเกิน 35 ล้านยูโร มีเพียง 3 คนที่อายุมากกว่า 23 ปี สะท้อนการมองหาศักยภาพมากกว่าการซื้อนักเตะที่เป็นดาวดังอยู่แล้ว

แนวทางนี้อธิบายได้ว่าทำไมลีกจึงยังใช้จ่ายสูงมากโดยไม่ได้เต็มไปด้วยการเปิดตัวนักเตะระดับปรากฏการณ์แบบในอดีต สโมสรต้องการทีมที่แข่งขันได้ตลอดฤดูกาลภายใต้ข้อจำกัดทางการเงิน มากกว่าพึ่งพาชื่อเสียงของผู้เล่นรายเดียว

ภาพประกอบเออร์ลิง ฮาแลนด์ ในประเด็นตลาดซื้อขายและพลังของพรีเมียร์ลีก
Has Haaland's and Norway's profile been boosted since the World Cup?

แฟนบอลรุ่นใหม่เพิ่มน้ำหนักให้ตัวนักเตะ

การเติบโตของเกม EA FC, ช่องทางของนักเตะ และชุมชนการ์ดสะสม ทำให้การติดตามฟุตบอลผ่านตัวผู้เล่นมีบทบาทเด่นขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ฮาแลนด์จึงมีความหมายต่อการดึงผู้ชมต่างประเทศในช่วงเวลาที่พรีเมียร์ลีกมีดาวเด่นระดับโลกกระจุกตัวน้อยลง

แต่รูปแบบการเชียร์ยังต่างกันในแต่ละตลาด แฟนบอลในสหราชอาณาจักรมักผูกพันกับสโมสร ขณะที่ผู้ชมในสหรัฐอเมริกาหรือเอเชียบางส่วนอาจเริ่มเลือกทีมจากนักเตะที่เห็นผ่านการถ่ายทอดสด ผลคือฮาแลนด์ช่วยเปิดประตูสู่ผู้ติดตามกลุ่มใหม่ ขณะเดียวกัน แบรนด์สโมสรยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกรักษาผู้ชมไว้ได้เมื่อนักเตะย้ายทีม