แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องปรับแผนตลาดซื้อขายครั้งใหญ่หลังโรดรีตัดสินใจอำลา ก่อนเร่งคว้าตัวเอ็นโซ เฟร์นานเดซจากเชลซีด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติร่วมของอังกฤษ การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นในตลาดที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าที่สโมสรคาดไว้ และสะท้อนแนวทางการสร้างทีมใหม่ภายใต้เอ็นโซ มาเรสกา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้เดินหน้าปรับแผนตลาดซื้อขายและคว้าเอ็นโซ เฟร์นานเดซจากเชลซี

สโมสรเคยพยายามลดกระแสข่าวความสนใจในตัวเฟร์นานเดซ แต่กองกลางรายนี้กลับเดินทางมาที่ศูนย์ฝึก CFA ในวันปิดตลาด แผนงานจึงต้องปรับให้ยืดหยุ่น ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้เดินหน้าเสริมขุมกำลังหลายตำแหน่งพร้อมกับปล่อยผู้เล่นจำนวนมาก

โรดรีอำลาทำให้แผนแดนกลางเปลี่ยน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้เคยหวังว่าโรดรีจะกลับมาอยู่กับทีมแทนการย้ายไปบาร์เซโลนา โดยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมยังมีความเชื่อว่าเขาอาจอยู่ต่อจนหมดสัญญา หรือขยายสัญญากับสโมสร

เดิมทีสโมสรต้องการให้โรดรีมีเวลาอยู่ร่วมกับ Ayyoub Bouaddi เพื่อช่วยให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีปรับตัวกับพรีเมียร์ลีก หลังย้ายมาจาก Lille ด้วยค่าตัว 95 ล้านยูโร แต่เมื่อโรดรีอำลา Bouaddi จึงถูกมองว่าเป็นตัวแทนของเขา และแมนเชสเตอร์ ซิตี้คาดหวังให้กองกลางรายนี้ลงสนามเป็นจำนวนมากในฤดูกาลนี้

ผลงานของ Bouaddi ในเกมที่โมร็อกโกพบบราซิลช่วงซัมเมอร์ถูกใช้เป็นหลักฐานว่าเขาน่าจะรับมือกับความรับผิดชอบได้ ขณะเดียวกัน สโมสรระบุว่าติดตามเขามานานก่อนผลงานในฟุตบอลโลกจะทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เฟร์นานเดซคือการลงทุนครั้งใหญ่ของมาเรสกา

การจ่ายเงินคว้าตัวเฟร์นานเดซแสดงถึงความไว้วางใจของผู้บริหารแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่มีต่อมาเรสกา ทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่ Stamford Bridge ในฤดูกาลที่ผ่านมา และกุนซือรายนี้มีส่วนร่วมอย่างมากในกระบวนการคว้าตัวนักเตะ

"I'm also grateful because he was very important in bringing me here," said Fernandez. "We were both very eager for it to happen, because it wasn't easy for me to be here. But I know he also made a big effort, speaking to the club, and I'm grateful that he did that."

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ใช้เงิน 190 ล้านปอนด์ในวันปิดตลาด โดยมีรายได้จากการปล่อยผู้เล่นชุดใหญ่ 11 รายเกือบ 350 ล้านปอนด์ ช่วยให้สโมสรเดินหน้าเสริมทีมได้แม้ต้องปรับแผนในช่วงท้ายตลาด

ปล่อยนักเตะเมื่อมูลค่ายังสูง

สโมสรเชื่อว่าการให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมในฤดูกาลก่อนช่วยรักษามูลค่าของพวกเขาไว้ได้ James Trafford ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ Carabao Cup และ FA Cup, Tijjani Reijnders ลงสนาม 47 นัดและทำประตูสำคัญในเดือนธันวาคมกับมกราคม ส่วน Nico González ทำประตูชัยในรอบรองชนะเลิศ FA Cup ที่พบ Southampton

Trafford ย้ายไป Leeds United ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์, Reijnders ย้ายไป Al Qadsiah ด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์, Nico González ย้ายไป Newcastle United ด้วยค่าตัว 48 ล้านปอนด์ และ Omar Marmoush ย้ายไป Tottenham ด้วยค่าตัว 59 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้เลือกปล่อยผู้เล่นที่ยังมีมูลค่าสูง แม้จะมีความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องและตัวเลือกบนม้านั่งสำรอง การตัดสินใจในช่วงท้ายตลาดยิ่งทำให้ความลึกของทีมเป็นประเด็นสำคัญ เพราะมาเรสกาต้องสร้างทีมใหม่จากผู้เล่นที่เข้ามาแทนหลายตำแหน่ง

การจับคู่ผู้เล่นใหม่กับตำแหน่งที่ว่าง

  • Ndiaye เข้ามาแทน Marmoush และเป็นตัวเลือกได้ทั้งสองฝั่งของแนวรุก
  • Allan ปีกบราซิลที่ย้ายจาก Palmeiras ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ เข้ามาแทน Sávio
  • Elliot Anderson ถูกวางให้เข้ามาแทน Bernardo Silva
  • เอ็นโซ เฟร์นานเดซถูกวางให้เข้ามาแทน Tijjani Reijnders
  • Marc Guéhi และ Vitor Reis ซึ่งกลับจากการยืมตัวที่ Girona ถูกมองว่าเข้ามาแทน John Stones และ Nathan Aké

Nico González เป็นผู้เล่นขาออกเพียงรายเดียวที่ยังไม่มีตัวแทนโดยตรง เพราะมาเรสกามองว่า Nico O'Reilly สามารถเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและกองกลาง ขณะที่ Phil Foden กับ Rayan Cherki จะต่อสู้เพื่อเป็นหมายเลข 10 ตัวเลือกแรกด้านหลัง Erling Haaland

ขุมกำลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ชุดใหม่ที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง
Nicol backs Man City to compete for the title after Fernandez signing

จุดที่ต้องติดตามคือความพร้อมของกองหน้า หาก Haaland บาดเจ็บ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่มีศูนย์หน้าธรรมชาติรายอื่นในทีม และมีแนวโน้มว่า Semenyo จะต้องขยับจากตำแหน่งปีกเข้ามารับบทบาทดังกล่าว

ยุคใหม่เริ่มต้นที่เอติฮัด สเตเดียม

การเปลี่ยนแปลงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากขุมกำลัง 23 คนในนัดชิงชนะเลิศ Champions League ปี 2023 ปัจจุบันเหลือผู้เล่นอยู่กับสโมสรเพียง 4 คน ได้แก่ Rúben Dias, Rico Lewis, Foden และ Haaland

หลังตลาดซื้อขายปิดลง แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะเริ่มต้นยุคใหม่ด้วยเกมพบ Coventry ที่ Etihad Stadium ในวันเสาร์ มาเรสกาจึงต้องเร่งรวมผู้เล่นชุดใหม่ให้กลายเป็นทีมที่แข่งขันได้จริง

ผู้บริหารสโมสรเชื่อว่าการเสริมทีมช่วงซัมเมอร์เปิดโอกาสให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นผู้ท้าชิงอย่างแท้จริงใน 4 รายการ รวมถึงการทวงแชมป์ลีกกลับคืนจาก Arsenal