คีเลียน เอ็มบัปเป้ยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ ช่วยเรอัล มาดริดกลับมาคว้าชัยในลาลีกาด้วยการชนะราโย บาเยกาโน 4-1 ที่เบร์นาเบว เมื่อวันเสาร์ ผลงานดังกล่าวทำให้เขาขึ้นนำดาวซัลโวลาลีกาด้วย 6 ประตู

ชัยชนะเกิดขึ้นหลังเรอัล มาดริดแพ้เรอัล เบติสเป็นเกมแรกของฤดูกาลเมื่อสัปดาห์ก่อน และเพิ่งเอาชนะอินเตอร์ มิลานในแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันอังคาร

ภาพประกอบเกมลาลีการะหว่างเรอัล มาดริดกับราโย บาเยกาโนที่เบร์นาเบว

เอ็มบัปเป้สร้างความแตกต่างตั้งแต่ต้นเกม

เอ็มบัปเป้ยิงจุดโทษให้เรอัล มาดริดขึ้นนำในนาทีที่ 14 หลังอัลบาโร การ์เรราสถูกทำฟาวล์ จากนั้นอีก 3 นาที เขาไหลบอลให้การ์เรราสทำประตูเพิ่มเป็น 2-0

การมีส่วนร่วมกับสองประตูภายใน 17 นาทีแรกทำให้เอ็มบัปเป้เป็นนักเตะเรอัล มาดริดคนแรกนับตั้งแต่ฮาเมส โรดริเกซในเดือนมกราคม 2016 ที่ทำประตูและแอสซิสต์ได้ในช่วงดังกล่าวของเกมลาลีกาที่เบร์นาเบว

ภาพประกอบผลงานเอ็มบัปเป้ยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ให้เรอัล มาดริด

มาดริดนำขาด แต่ราโยมีจังหวะตอบโต้

จู๊ด เบลลิงแฮมทำประตูให้เรอัล มาดริดนำ 3-0 ก่อนจบครึ่งแรก แต่ผลงานในครึ่งหลังเปิดโอกาสให้ราโย บาเยกาโนลดช่องว่างลง

เซร์คิโอ กาเมโยยิงให้ราโยไล่มาเป็น 1-3 ในนาทีที่ 51 ขณะที่โชเซ่ มูรินโญ่น่าจะไม่พอใจกับการเล่นของเรอัล มาดริดในครึ่งหลัง แม้ทีมยังรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้

เอ็มบัปเป้ปิดเกมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ในนาทีแรกของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอ็มบัปเป้รับบอลจากอาร์ดา กือแลร์ ก่อนยิงเรียดเข้าประตู ช่วยให้เรอัล มาดริดปิดเกมด้วยชัยชนะ 4-1

ประตูดังกล่าวเป็นลูกที่ 7 ของเอ็มบัปเป้จากการลงเล่น 6 นัดในทุกรายการของฤดูกาลนี้ และเป็นประตูที่ 6 ในลาลีกา ทำให้เขาขึ้นนำดาวซัลโวลีก

นอกจากนี้ เอ็มบัปเป้ยังทำสถิติยิงอย่างน้อย 2 ประตูในเกมลาลีกาเป็นครั้งที่ 15 นับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริดในฤดูกาล 2024-25 มากกว่าราฟินญาของบาร์เซโลนาซึ่งทำได้ 11 ครั้ง