มิดเดิลสโบรห์เปิดบ้านชนะนอริช ซิตี้ 4-3 ในศึกแชมเปี้ยนชิพ หลังโมฮาเหม็ด ตูเร ยิงให้นอริชขึ้นนำตั้งแต่ 52 วินาทีแรก ขณะที่ไรลีย์ แม็คกรีมีบทบาทขับเคลื่อนเกมแดนกลาง และแอชลีย์ ฟิลลิปส์ทำประตูชัยในนาทีที่ 91

ตูเรยิงเร็ว แต่มิดเดิลสโบรห์ตอบโต้ทันที
ตูเรฉวยบอลคืนหลังที่ผิดพลาด ก่อนใช้ความเร็วเข้าถึงบอล เอาชนะอัลฟี โจนส์ และยิงผ่านเสาไกลเข้าไปหลังเริ่มเกมเพียง 52 วินาที
ประตูนี้เป็นลูกที่ 15 ของตูเรในสีเสื้อนอริช และเป็นประตูที่ 5 ของเขาในฤดูกาลนี้จากการลงเล่น 7 นัดในทุกรายการ กองหน้าวัย 22 ปีเพิ่งได้พักในเกมกลางสัปดาห์ที่นอริชเอาชนะเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ก่อนกลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้
ตูเรยังเคยยิงตั้งแต่นาทีแรกในเกมลีกคัพที่นอริชเอาชนะมิลตัน คีนส์ ดอนส์มาแล้ว ทำให้การเริ่มต้นเกมอย่างเฉียบคมกลายเป็นจุดเด่นของเขาในช่วงต้นฤดูกาล
แม็คกรีช่วยสร้างเกมให้เจ้าถิ่นพลิกนำ
มิดเดิลสโบรห์ตอบโต้ได้รวดเร็วและพลิกขึ้นนำ 2-1 ภายใน 7 นาที เซบาสเตียน เบอร์ฮัลเทอร์ยิงตีเสมอ ก่อนอามาริโอ โคเซียร์-ดูเบอร์รี นักเตะยืมตัวจากไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน จะยิงประตูที่สองจากจังหวะที่แม็คกรีสร้างโอกาสให้
เบอร์ฮัลเทอร์ทำประตูเพิ่มก่อนพักครึ่ง ส่งให้มิดเดิลสโบรห์นำ 3-1 แม้นอริชจะกลับมาไล่ตีเสมอได้ในช่วงครึ่งหลังจากโจวอน มากามา และเจค็อบ ไรต์ ซึ่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง

ฟิลลิปส์ตัดสินเกมในนาทีที่ 91
หลังนอริชทำสองประตูในครึ่งหลัง เกมกลับมาเสมอกันและเข้าสู่ช่วงท้ายอย่างสูสี แต่ฟิลลิปส์ทำประตูในนาทีที่ 91 ช่วยให้มิดเดิลสโบรห์คว้าชัย 4-3
ประตูดังกล่าวเป็นประตูแรกในลีกของฟิลลิปส์ อดีตกองหลังท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส และทำให้มิดเดิลสโบรห์เก็บชัยชนะสำคัญในเกมที่ทั้งสองทีมผลัดกันทำประตูอย่างต่อเนื่อง
สามแต้มส่งมิดเดิลสโบรห์ลุ้นจ่าฝูง
ชัยชนะทำให้มิดเดิลสโบรห์เข้าใกล้ตำแหน่งผู้นำลีกมากขึ้น หากเอาชนะบริสตอล ซิตี้ในเกมที่เหลืออยู่ พวกเขาจะขยับแซงเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, สวอนซี ซิตี้ และเวสต์บรอมวิช อัลเบียนขึ้นไป 2 คะแนน
สำหรับนอริช ผลงานการยิงประตูของตูเรยังเป็นสัญญาณบวก แต่ทีมไม่สามารถรักษาความได้เปรียบจากประตูขึ้นนำได้ ส่วนมิดเดิลสโบรห์ได้ทั้งการสร้างเกมของแม็คกรีและประตูชัยช่วงท้ายจากฟิลลิปส์เป็นตัวเปลี่ยนผลการแข่งขัน




















