นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เสมอลิเวอร์พูล 2-2 ที่เซนต์เจมส์พาร์กในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาล โดยโดมินิก โซบอสซ์ไลยิงจุดโทษนาทีที่ 90+9 ช่วยให้ทีมเยือนรอดพ้นความพ่ายแพ้ เกมนี้สะท้อนว่าลิเวอร์พูลยังมีงานต้องแก้ทั้งเกมรุก แดนกลาง และความลึกของขุมกำลัง
นิวคาสเซิลออกนำเร็วจากแอนโทนี เอลังกา ก่อนที่โคดี้ กัคโปจะตีเสมอให้ลิเวอร์พูล และเจ้าบ้านกลับขึ้นนำอีกครั้งจากโจ วิลล็อค แต่ท้ายที่สุดลิเวอร์พูลตามตีเสมอได้จากจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปในเกมที่เข้มข้นตลอด 90 นาที


เกมที่ยังชี้ปัญหาของลิเวอร์พูล
เกมนี้เป็นบททดสอบสำคัญของลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของอันโดนี อิราโอลา และภาพที่ออกมายังบอกว่าทีมไม่ได้ดีขึ้นทันทีหลังเปลี่ยนโค้ช ปัญหาเดิมยังเห็นชัด โดยเฉพาะจังหวะเกมรุกที่ไม่ลื่นไหล แดนกลางที่เสียสมดุล และความลึกของตัวเลือกในทีมที่ยังไม่พอสำหรับการลุ้นหลายรายการพร้อมกัน
สิ่งที่น่าห่วงคือการเสียประตูจากจังหวะสวนกลับเร็วถึงสองครั้งในเกมเดียว และเมื่อเหลือเวลาอีกเพียงแปดวันก่อนตลาดซื้อขายปิด ลิเวอร์พูลยิ่งต้องเร่งหาทางเสริมทีมให้ตอบโจทย์มากขึ้น
นิวคาสเซิลได้แรงจากบรรยากาศและการคารวะเควิน คีแกน
ก่อนเริ่มเกม ทั้งสองฝั่งร่วมกันไว้อาลัยให้เควิน คีแกน ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทั้งกับลิเวอร์พูลและนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด บรรยากาศนั้นทำให้เกมมีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น และนิวคาสเซิลก็เริ่มต้นได้ดีตามแรงเชียร์ของเจ้าบ้าน
ทีมของมาธิอัส ไยส์เซิลออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการจบสกอร์ของแอนโทนี เอลังกา หลังไรอัน กราเฟนแบร์คเสียบอลบริเวณหน้าเขตโทษของนิวคาสเซิล ก่อนที่วิลเลียม โอซูลา จะจ่ายต่อให้เอลังกาหลุดไปยิงอย่างเยือกเย็น
อเล็กซานเดอร์ อิซัคกลับมาเยือนถิ่นเก่า
อเล็กซานเดอร์ อิซัคกลับมาเล่นที่เซนต์เจมส์พาร์กในฐานะนักเตะลิเวอร์พูล และได้รับการต้อนรับที่คาดหมายจากแฟนเจ้าบ้านด้วยเสียงโห่ตลอดทั้งเกม เขายังไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้มากพอในนัดนี้ โดยจังหวะที่เด่นที่สุดคือการยิงข้ามคานในครึ่งหลัง
ฝั่งลิเวอร์พูลต้องพึ่งโคดี้ กัคโปในการตีเสมอจากการยิงไกลอย่างแม่นยำ แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน เพราะนิวคาสเซิลกลับมานำอีกครั้งจากการจบสกอร์ของโจ วิลล็อคที่ลงมาเป็นตัวสำรอง และเกมยังเปิดกว้างจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ตัวสำรองช่วยทีม แต่ลิเวอร์พูลยังต้องเสริมทัพ
ลิเวอร์พูลยังมีจุดให้เก็บไปต่อจากผลงานของตัวสำรอง โดยเฉพาะโรนัลด์ อเราโฮ และบีตอร์ มูโญซ ซึ่งลงมาช่วยเปลี่ยนจังหวะเกมรุก และมูโญซยังเป็นคนเรียกจุดโทษจากจังหวะที่เลวิส ฮอลล์ทำฟาวล์ในช่วงท้ายเกม
โดมินิก โซบอสซ์ไลบอกหลังเกมว่าทีมจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และทุกคนต้องพร้อมช่วยกันตลอด 95 นาที เขาย้ำว่าขุมกำลังทั้งทีมมีส่วนสำคัญ เพราะคนที่ลงจากม้านั่งสำรองสามารถสร้างผลกระทบต่อเกมได้ทันที
จากรูปเกม ลิเวอร์พูลยังต้องเร่งเสริมผู้เล่นในพื้นที่กว้าง เพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง และหาตัวเลือกคุณภาพให้มากขึ้นเพื่อรับมือกับฤดูกาลที่ต้องลงเล่นหลายรายการ
บทสรุป
ลิเวอร์พูลเก็บได้หนึ่งแต้มจากเซนต์เจมส์พาร์ก แต่สิ่งสำคัญกว่าคือสิ่งที่เกมนี้เปิดให้เห็น ทีมยังต้องจัดการเรื่องความแน่นอนในเกมรับ ความสมดุลของแดนกลาง และคุณภาพในแนวรุก หากหวังยืนระยะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
สำหรับนิวคาสเซิล เกมนี้แสดงให้เห็นถึงแรงใจและความมุ่งมั่นในยุคใหม่ของมาธิอัส ไยส์เซิล ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องกลับไปทำงานต่อทันที เพราะโปรแกรมและมาตรฐานของทีมไม่รอใคร


























