สมาคมฟุตบอลแอฟริกาใต้ (SAFA) ยืนยันว่าเงิน R20 ล้านจากกระทรวงกีฬา ศิลปะและวัฒนธรรม (DSAC) สำหรับโครงการ Video Assistant Referee (VAR) ยังไม่ถูกใช้ และยังเก็บไว้ในบัญชีแยกต่างหากพร้อมดอกเบี้ยสะสม ขณะที่ DSAC ให้เวลา SAFA อีก 21 วันเพื่อสรุปขั้นตอนที่ค้างอยู่และส่งรายงานโครงการฉบับสมบูรณ์
SAFA ระบุว่าก่อนรับเงิน สมาคมได้ประเมินเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ VAR มาแล้ว และคัดเลือกผู้ให้บริการที่อยู่ในข่ายเหมาะสม 3 ราย แต่ยังไม่มีการลงนามสัญญาใด ๆ จึงทำให้เงินก้อนนี้ยังไม่ถูกนำไปผูกพันกับงานจัดซื้อจัดจ้าง
SAFA ชี้ขั้นตอนกำกับดูแลทำให้โครงการล่าช้า
แถลงการณ์ของ SAFA เมื่อวันอังคารระบุว่า คณะกรรมการบริหารแห่งชาติของสมาคม หรือ NEC อนุมัติโครงการ VAR ในหลักการในการประชุมวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2026 แต่ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อ จำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเงินและทีมงานเฉพาะกิจตรวจสอบงบประมาณ สมมติฐานด้านต้นทุน และเงื่อนไขการจัดซื้อเพิ่มเติมตามข้อกำหนดด้านธรรมาภิบาลและนโยบายของสมาคม
SAFA ยอมรับว่ากระบวนการตรวจสอบทางการเงินและการทำ due diligence ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ แต่ย้ำว่าเงิน R20 ล้านจาก DSAC ยังไม่ได้ถูกใช้ และยังอยู่ในบัญชีแยกต่างหากพร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างรอการสรุปขั้นตอนต่าง ๆ
เริ่มคุยกับ PSL แล้ว แต่ยังต้องปิดเงื่อนไขให้ครบ
สมาคมยังเปิดเผยว่าได้หารือกับพรีเมียร์ลีกแอฟริกาใต้ (PSL) ผ่านคณะกรรมการประสานงานร่วม (JLC) แล้ว โดยทีมงานโครงการ VAR ได้เสนอแนวทางต่อ JLC และคณะกรรมการบริหารของ PSL เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
หลังจากหารือกับ DSAC เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม กระทรวงได้อนุมัติขยายเวลาอีก 21 วันเพื่อให้ SAFA ปิดกระบวนการที่ค้างอยู่ พร้อมส่งรายงานที่ครอบคลุมข้อเสนอแนะจากการทบทวนและการยืนยันสถานะเงินทุนทั้งหมด
เป้าหมาย VAR กับแรงกดดันจากกระทรวง
ก่อนหน้านี้ Sport, Arts & Culture Minister Gayton McKenzie เคยกดดันให้ SAFA วางแผนที่เป็นไปได้สำหรับการนำ VAR มาใช้ มิฉะนั้นอาจมีการเรียกคืนเงินทุน เขายังระบุในรัฐสภาถึงเงิน 30 ล้านแรนด์ที่ส่งให้ SAFA อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ปรากฏสะท้อนว่าใกล้เคียงกับงบสนับสนุนรวมที่ SAFA ได้รับจาก DSAC ในปีงบประมาณ 2025-26 ซึ่งอยู่ที่ R29.2 ล้าน โดยในนั้นมี R20 ล้านที่ระบุไว้สำหรับ VAR โดยตรง
McKenzie ต้องการให้ VAR พร้อมใช้งานทันฤดูกาล 2026-27 ของพรีเมียร์ลีกแอฟริกาใต้ แต่ฤดูกาลใหม่ได้เริ่มต้นไปแล้วโดยที่ระบบดังกล่าวยังไม่ถูกนำมาใช้ ทำให้ความคืบหน้าหลังจากนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าฟุตบอลอาชีพของแอฟริกาใต้จะเดินหน้าใช้เทคโนโลยีนี้ได้ตามแผนหรือไม่
























