สหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย (SAFF) ออกแถลงการณ์หนุน จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า “at this time” ท่ามกลางแรงกดดันต่อองค์กรหลังแผนขายหุ้นในธุรกิจเชิงพาณิชย์ของฟีฟ่าล้มเหลว และทำให้ประเด็นความเชื่อมั่นในผู้นำฟุตบอลโลกถูกจับตามองมากขึ้น


SAFF ขอให้ฟีฟ่ากลับมาคุยกันตรงๆ
SAFF โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ณ เวลานี้ยังสนับสนุนความพยายามของอินฟานติโนและผู้นำฟีฟ่าในการฟื้นความเป็นหนึ่งเดียวของวงการฟุตบอล พร้อมเดินหน้าพัฒนากีฬาชนิดนี้เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย
สหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบียยังเรียกร้องให้เกิดการพูดคุยแบบเผชิญหน้ากันโดยตรง และให้ทุกข้อกังวลถูกหยิบขึ้นมาแก้อย่างเปิดเผย ซึ่งสะท้อนว่าท่าทีสนับสนุนครั้งนี้ไม่ได้ปิดประตูต่อคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในฟีฟ่า
แรงกระแทกจากแผนขายหุ้น 20% ยังไม่จบ
ต้นตอของวิกฤตมาจากรายงานว่า อินฟานติโนเคยเจรจากับนักลงทุนเอกชนอย่างลับๆ เพื่อขายหุ้น 20% ของบริษัทย่อยเชิงพาณิชย์ของฟีฟ่า ก่อนที่แผนดังกล่าวจะไปต่อไม่ได้ และกลายเป็นชนวนให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์
สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC), ยูฟ่า (UEFA) และคอนคาเคฟ (Concacaf) เคยตำหนิอินฟานติโนด้วยคำว่า “deception” และ “breach of trust” ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเพิ่งออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนหลังเงียบไปช่วงหนึ่ง
ท่าทีของซาอุฯ สะท้อนน้ำหนักทางการเมืองของฟุตบอลโลก 2034
อินฟานติโนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซาอุดีอาระเบียและมกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman ตลอดช่วงดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า และยังมีบทบาทสำคัญต่อเส้นทางที่ฟุตบอลโลก 2034 จะไปสู่ราชอาณาจักรนี้
เขาและ Mohammed bin Salman ยังไปร่วมงานวิดีโอเกมที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ ในกรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์ ยิ่งทำให้แถลงการณ์หนุนครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณทางการเมืองที่มีนัยมากกว่าการแสดงน้ำใจตามมารยาท
ฟีฟ่ายอมรับความผิดพลาด แต่โจทย์คือความแตกแยกที่ยังอยู่
SAFF ระบุว่าชื่นชมการยอมรับความผิดพลาด การขอโทษ และการตัดสินใจไม่เดินหน้าโครงการมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ของฟีฟ่า โดยมองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ
แต่สิ่งที่ซาอุดีอาระเบียย้ำต่อคือ “ความแตกแยกภายในเกม” ยังไม่จบ และต้องมีการพูดคุยที่กว้างกว่าเดิม ฟีฟ่าเองก็ยังไม่ได้เรียกประชุมสภาฟีฟ่า 37 คน ซึ่งมี Yasser Al Misehal ตัวแทนจากซาอุดีอาระเบียรวมอยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้ อินฟานติโนเลือกพบกับทีมผู้บริหารฟีฟ่าส่วนใหญ่ที่กรุงราบัตเมื่อสามสัปดาห์ก่อน และต่อมาฟีฟ่าออกแถลงการณ์ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาด แต่ยังสนับสนุนจุดยืนของประธานองค์กร
ผลกระทบต่อภาพรวมฟีฟ่าในระยะสั้น
เสียงหนุนจากซาอุดีอาระเบียช่วยพยุงสถานการณ์ของอินฟานติโนในระยะสั้นได้ เพราะมาจากชาติที่มีบทบาทสำคัญในฟุตบอลโลก 2034 และมีอิทธิพลในสมการอำนาจของฟีฟ่า
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ใครหนุนใคร แต่คือแรงกดดันเรื่องความโปร่งใสและความเชื่อมั่นที่ยังคงตามหลอกหลอนองค์กรฟุตบอลโลกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนจานนี อินฟานติโนหรือไม่?
สนับสนุนในตอนนี้ เพราะ SAFF ระบุชัดว่า “at this time” ยืนอยู่ข้างความพยายามของอินฟานติโนและผู้นำฟีฟ่าในการฟื้นความเป็นเอกภาพของฟุตบอลโลก
นัยสำคัญคือซาอุดีอาระเบียไม่ได้แค่ส่งสัญญาณเชิงมารยาท แต่เลือกแสดงจุดยืนในช่วงที่ฟีฟ่ากำลังถูกกดดันหนักจากหลายภูมิภาค
SAFF ต้องการให้ฟีฟ่าทำอะไรต่อจากนี้?
SAFF ต้องการให้มีการพูดคุยแบบเผชิญหน้ากันโดยตรง และให้ข้อกังวลทั้งหมดถูกหยิบมาพูดอย่างเปิดเผย
สิ่งนี้สำคัญเพราะแสดงว่าแม้จะหนุนอินฟานติโน แต่ซาอุดีอาระเบียก็ยังมองว่าฟีฟ่าต้องจัดการกับรอยร้าวภายในให้จริงจัง
วิกฤตครั้งนี้ของฟีฟ่าเริ่มจากอะไร?
วิกฤตเริ่มจากแผนที่อินฟานติโนเจรจากับนักลงทุนเอกชนเพื่อขายหุ้น 20% ของบริษัทย่อยเชิงพาณิชย์ของฟีฟ่า ก่อนแผนจะล้มลง
ผลที่ตามมาคือฟีฟ่าถูกตั้งคำถามเรื่องการตัดสินใจและความไว้วางใจ ซึ่งทำให้แรงสั่นสะเทือนไม่ได้จบแค่เรื่องธุรกิจ
ใครบ้างที่วิจารณ์อินฟานติโนในประเด็นนี้?
AFC, UEFA และ Concacaf คือสามองค์กรที่ออกมาวิจารณ์อินฟานติโนในเรื่องนี้
ถ้อยคำอย่าง “deception” และ “breach of trust” บ่งชี้ว่าปัญหาที่ถูกหยิบขึ้นมาไม่ใช่แค่ขั้นตอนผิดพลาด แต่แตะถึงความเชื่อใจต่อผู้นำฟีฟ่าโดยตรง
ท่าทีของซาอุดีอาระเบียมีผลอย่างไรกับฟีฟ่า?
ท่าทีนี้ช่วยพยุงอินฟานติโนได้ในเชิงภาพลักษณ์ เพราะมาจากประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 และเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของฟีฟ่า
ในทางปฏิบัติ มันยังสะท้อนว่าการคลี่คลายวิกฤตของฟีฟ่าอาจต้องพึ่งการเจรจาที่กว้างกว่าเดิม ไม่ใช่แค่คำชี้แจงจากส่วนกลาง




















