รูเบน อโมริม ขอเวลาให้เอซี มิลานพัฒนาต่อไป หลังบุกเสมอยูเวนตุส 1-1 ในเซเรีย อา แม้ทีมจะนำอยู่จนเกือบจบเกม แต่กุนซือมิลานยอมรับตรงไปตรงมาว่าผลงานโดยรวมยังไม่ดีพอสำหรับชัยชนะ

อัลฟาดโจ ซิสเซ ยิงให้มิลานขึ้นนำในครึ่งหลัง ก่อนที่เฟเดริโก กัตติ จะโหม่งตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ยูเวนตุสแบ่งแต้มได้ที่อัลลิอันซ์ สเตเดียม
อโมริมยอมรับยูเวนตุสไม่สมควรแพ้
อโมริมกล่าวกับ DAZN Italia ว่ามิลานไม่ได้เล่นได้ดีพอจะคว้าสามคะแนน และมองว่ายูเวนตุสก็ไม่สมควรเป็นฝ่ายแพ้ เขาระบุว่าทีมมีช่วงคุมเกมได้ในครึ่งแรก แต่เริ่มเสียบอลบ่อยจนไม่สามารถเล่นตามแผนได้ต่อเนื่อง
“ถ้าพูดกันตามตรง เราไม่สมควรชนะ หรือพูดให้ถูกกว่าคือ ยูเวนตุสไม่สมควรแพ้ เราพยายามเล่นจากแดนหลัง แต่ทำได้ไม่ดีกับบอล เราคุมเกมได้บางช่วงในครึ่งแรก ก่อนจะเริ่มเสียบอลมากเกินไป”
ผลเสมอจึงสะท้อนทั้งความใกล้เคียงของเกมและงานที่ยังรออยู่ของมิลาน มากกว่าจะเป็นเพียงการเสียประตูช่วงท้าย ผู้สนับสนุนทีมเห็นได้ชัดว่าการรักษาบอลและลดความผิดพลาดในจังหวะพื้นฐานยังเป็นเรื่องสำคัญต่อรูปแบบการเล่นของอโมริม
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพเฉพาะตัว
กุนซือมิลานเน้นว่าทีมมีคุณภาพรายบุคคล แต่ฟุตบอลตัดสินกันที่รายละเอียดพื้นฐาน เช่น การรับบอลและการส่งบอล ซึ่งมิลานทำได้ไม่ดีในเกมนี้
“เรามีคุณภาพเฉพาะตัว แต่สิ่งง่าย ๆ สำคัญที่สุด ทั้งวิธีรับบอลและจ่ายบอล ซึ่งเป็นพื้นฐานของฟุตบอล วันนี้เราทำได้ไม่ดี”
เขายังชี้ว่ามิลานมีปัญหาเมื่อไม่ได้ครองบอล โดยเฉพาะหลังเสียบอลและต้องรับมือกับการเปลี่ยนเกมเร็วของยูเวนตุส แม้ทีมจะรับมือได้ดีเมื่อคู่แข่งส่งผู้เล่นเกมรุกหลายคนขึ้นมาในแดนหน้า
ยังยึดแนวทางเดิม แต่ต้องใช้เวลา
ก่อนเกมจะจบ มิลานเกือบคว้าชัยในเซเรีย อา 3 นัดแรกภายใต้การคุมทีมของอโมริม ซึ่งจะเป็นสถิติของสโมสรที่ไม่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 อย่างไรก็ตาม ประตูของกัตติทำให้สถิติดังกล่าวไม่เกิดขึ้น

อโมริมยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนวิธีการเล่น แม้ยอมรับว่าบางเกมทีมจะทำได้ดีและบางเกมจะไม่เป็นไปตามต้องการ สำหรับมิลาน ประเด็นหลังเกมนี้จึงอยู่ที่การยกระดับความแม่นยำในเกมครองบอลและรับมือจังหวะเปลี่ยนผ่านให้รัดกุมขึ้น ขณะที่ทีมยังทำงานร่วมกันมาได้ราวสองเดือน
โปรแกรมต่อไปของมิลาน
มิลานจะไปเยือนลาซิโอในวันที่ 12 กันยายน ก่อนเปิดฉากยูโรปา ลีก ด้วยการพบเบนฟิกาในวันที่ 16 กันยายน














