โชเซ มูรินโญกลับมาคุมเรอัล มาดริดพร้อมโจทย์ใหญ่ คือพาทีมลุ้นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกและสร้างระเบียบในห้องแต่งตัวอีกครั้ง สำหรับกุนซือวัย 63 ปี นี่คือโอกาสพิสูจน์ว่าประสบการณ์และแนวทางเกมรับของเขายังพาทีมไปถึงจุดสูงสุดของฟุตบอลยุโรปได้

มูรินโญหวนคืนสู่เบร์นาเบวหลังการคุมทีมหนแรกระหว่างปี 2010-2013 ซึ่งจบลงท่ามกลางความขัดแย้งกับผู้เล่นอาวุโสหลายราย รอบนี้เขาต้องรับมือกับบรรยากาศภายในทีมที่เคยเป็นปัญหาจนชาบี อลอนโซหลุดจากตำแหน่งหลังทำงานได้เพียงหกเดือนในฤดูกาลก่อน
ประสบการณ์แชมป์ยังเป็นทุนสำคัญ
มูรินโญเคยคว้าแชมเปียนส์ลีกสองครั้ง ได้แก่กับเอฟซี ปอร์โตในปี 2004 และอินเตอร์ในปี 2010 ก่อนมารับงานกับมาดริดครั้งแรก เขายังพาทีมคว้าแชมป์ลีกภายในประเทศหกสมัยกับปอร์โต เชลซี และอินเตอร์ในช่วงเจ็ดฤดูกาล
อย่างไรก็ดี ช่วงหลังจากออกจากมาดริด ผลงานระดับลีกและแชมเปียนส์ลีกของเขาห่างหายไปนาน แชมป์ลีกครั้งล่าสุดคือพรีเมียร์ลีกกับเชลซีในฤดูกาล 2014-15 ส่วนถ้วยอื่นในเวลาต่อมาประกอบด้วยอีเอฟแอล คัพและยูฟ่า ยูโรปาลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2016-17 รวมถึงยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกกับเอเอส โรมาในฤดูกาล 2021-22

ความหมายของการกลับมาจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงเดิมเพียงอย่างเดียว หากมาดริดไปถึงแชมป์ มูรินโญจะยุติการรอคอยแชมป์แชมเปียนส์ลีกที่ยาวนานนับจากปี 2010 และทำสถิติช่วงห่างระหว่างแชมป์รายการนี้ที่นานที่สุด
ขุมกำลังตอบโจทย์แนวทางของมูรินโญ
มาดริดมีผู้เล่นเกมรุกที่เปลี่ยนผลการแข่งขันระดับสูงได้ ทั้งคีเลียน เอ็มบัปเป, วินิซิอุส จูเนียร์, ยัน ดิโอม็องด์ และจูด เบลลิงแฮม ขณะที่ตีโบ กูร์ตัวส์เป็นผู้รักษาประตูระดับแนวหน้าของโลก องค์ประกอบนี้ทำให้ทีมมีศักยภาพพอจะกดดันปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน
จุดเด่นของมูรินโญคือการสร้างทีมที่มีเกมรับเป็นระบบและแข็งแกร่งทางกายภาพ เมื่อนำมารวมกับแนวรุกคุณภาพสูงของมาดริด ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นให้เป็นทีมที่รับมือเกมกดดันได้ทั้งสองด้านของสนาม
- แนวรุกของมาดริดมีผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมใหญ่ได้
- มูรินโญมีประสบการณ์คว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกสองครั้ง
- กูร์ตัวส์เพิ่มความมั่นคงให้ทีมในเกมที่ความผิดพลาดมีต้นทุนสูง
- การจัดระเบียบเกมรับอาจทำให้มาดริดแข็งแกร่งกว่าช่วงก่อนหน้าในฤดูกาลที่แล้ว
ห้องแต่งตัวคือบทพิสูจน์ที่แท้จริง
แท็กติกอาจพามาดริดผ่านเกมใหญ่ได้ แต่การรักษาความสัมพันธ์กับผู้เล่นอาวุโสจะกำหนดว่าทีมเดินหน้าได้ไกลเพียงใด ซีเนดีน ซีดานและคาร์โล อันเชล็อตติเป็นสองคนที่บริหารทีมชุดนี้ได้ผล ด้วยสถานะและผลงานที่ทำให้พวกเขาได้รับความเคารพจากนักเตะชั้นนำ
มูรินโญมีประวัติการทำงานที่จบลงด้วยความขัดแย้งกับผู้เล่นดาวดัง และการออกจากมาดริดครั้งก่อนก็เกี่ยวข้องกับความบาดหมางกับเซร์คิโอ รามอส, อิเกร์ กาซียาส และคริสเตียโน โรนัลโด การกลับมาครั้งนี้จึงต้องแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างการร่วมมือกับกลุ่มนักเตะได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงตั้งกฎและเรียกร้องวินัย

อินเตอร์และเป้าหมายที่เมโทรโปลิตาโน
อินเตอร์ อดีตทีมที่มูรินโญพาคว้าแชมเปียนส์ลีกในปี 2010 เป็นคู่แข่งนัดแรกของมาดริดในลีกเฟสสัปดาห์นี้ เกมดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มีนัยต่อทั้งเส้นทางของทีมและเรื่องราวส่วนตัวของกุนซือโปรตุเกส
รอบชิงชนะเลิศฤดูกาลนี้จะเล่นในวันที่ 5 มิถุนายน ที่สนามเมโทรโปลิตาโนของแอตเลติโกในกรุงมาดริด หากมูรินโญพาทีมคว้าถ้วยได้สำเร็จ เขาจะได้แชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สาม โดยแชมป์ปี 2010 กับอินเตอร์ก็เกิดขึ้นที่เบร์นาเบวในกรุงมาดริดเช่นกัน













