

Folarin Balogun เกือบย้ายจาก AS Monaco ไป Everton ด้วยค่าตัว 54 ล้านดอลลาร์ในวันเดดไลน์ ก่อนดีลจะล่มลง และกลายเป็นภาพสะท้อนตลาดซัมเมอร์ที่ไม่ค่อยเข้าทางนักเตะทีมชาติสหรัฐฯ ชุดนี้
เหตุการณ์ของ Balogun เริ่มจากการเดินทางมาถึง Liverpool John Lennon Airport ราว 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเตรียมตรวจร่างกายที่ Finch Farm และปิดดีลกลับสู่ Premier League แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะเดินหน้าไปจนถึงเส้นชัยกลับสะดุดในช่วงค่ำ ก่อนที่นักเตะจะเดินออกจากฐานซ้อมของ Everton ขณะเอกสารถูกดำเนินการต่อ
ดีลที่ล่มไม่ได้กระทบแค่ตัว Balogun เท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงแผนของทั้ง Monaco และ Everton โดยตรง ฝั่ง Monaco ต้องการปล่อยกองหน้ารายนี้เพื่อพยุงบัญชีของสโมสร ขณะที่ Everton ต้องการเติมความคมในแดนหน้า หลังปล่อย Beto ไป Fiorentina และ Iliman Ndiaye ไป Manchester City แล้ว
ดีลที่เกือบปิด และเหตุที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
เมื่อวันอังคารเริ่มต้น ดีลระหว่าง Everton กับ Monaco ดูแทบจะเรียบร้อยแล้ว Balogun เดินทางมาถึงอังกฤษ ตรวจร่างกาย และมีการคาดหมายว่าจะเป็นการย้ายทีมมูลค่ามหาศาลระดับ 54 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นค่าตัวสูงเป็นอันดับสองของนักเตะอเมริกัน รองจาก Christian Pulisic ที่ย้ายไป Chelsea ในปี 2019 ด้วยมูลค่า 73 ล้านดอลลาร์
แต่ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. มีบางอย่างจากผลตรวจที่ Everton ให้ความสนใจจนทำให้ดีลสะดุดลง จากนั้นทั้งสองฝ่ายกลับไปเจรจากันอีกครั้ง ก่อนจะมีความหวังรอบใหม่ในช่วง 23.00 น. เมื่อ Everton ขอเวลาต่ออีกสองชั่วโมงจาก Premier League และได้รับอนุญาตให้ใช้เอกสารดีลเพื่อปิดงานต่อ โดยมี Monaco และ Balogun ตกลงเงื่อนไขกันแล้ว
ท้ายที่สุดช่วงหลังเที่ยงคืน Balogun เป็นฝ่ายเดินออกมา ขณะเอกสารถูกจัดการต่อ และเลือกไม่เดินหน้าต่อกับทิศทางของข้อเสนอที่เปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่อง
ผลสะเทือนต่อ Monaco และ Everton
Monaco ต้องการปล่อย Balogun เพื่อช่วยเรื่องสถานะการเงินของสโมสร ขณะที่ Everton ต้องการกองหน้าตัวเป้าเพิ่มอย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายไม่มีฝ่ายใดได้สิ่งที่ต้องการ
ฝั่ง Monaco ยังมีแผนเชื่อมโยงกับ Lamine Camara ที่ตั้งใจจะส่งต่อไป Chelsea หากดีลของ Balogun ล่ม แต่เมื่อดูเหมือนว่าดีลจะเสร็จ Monaco ก็ยกเลิกแผนของ Camara ไปในช่วงห้านาทีสุดท้ายของตลาด ส่วน Everton หลังเสียทั้ง Beto และ Ndiaye ไปแล้ว ก็เหลือ Thierno Barry เป็นศูนย์หน้าธรรมชาติเพียงคนเดียวในทีม
ความพยายามของ Everton ไม่ได้หยุดแค่ Balogun สโมสรยังมองไปที่ Joshua Zirkzee ของ Manchester United ในรูปแบบยืมตัว แต่ถูกปฏิเสธ รวมถึงพยายามคว้าตัว Tammy Abraham จาก Aston Villa ซึ่งก็ไม่สำเร็จเช่นกัน
มุมที่ Balogun ต้องชั่งใจ
Balogun เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของ USMNT ใน FIFA World Cup ด้วยผลงาน 3 ประตู และการย้ายไป Everton จะหมายถึงการกลับสู่ Premier League พร้อมโอกาสทางรายได้ที่สูงกว่า ทั้งค่าเหนื่อยและสปอนเซอร์
แต่ในอีกมุมหนึ่ง Everton ไม่ได้อยู่ในกลุ่มหัวตารางของลีก และครั้งล่าสุดที่สโมสรได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปต้องย้อนกลับไปหลังจบฤดูกาล 2016-17 เท่านั้น อีกทั้งสไตล์ของทีมภายใต้ David Moyes ก็อาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ดึงศักยภาพของ Balogun ออกมาได้เต็มที่สุด
Monaco เองยังมีฟุตบอลยุโรปรองรับในซีซันนี้ผ่าน UEFA Conference League และยังมีลุ้นกลับไป UEFA Champions League ได้ในอนาคต ขณะที่ Balogun ต้องกลับไปแย่งตำแหน่งในแนวรุกกับ Mika Biereth, Ansu Fati และ Paris Brunner ที่กำลังทำผลงานดีหลังกลับจากการยืมตัวกับ Cercle Brugge KSV
ตลาดซัมเมอร์ของ USMNT ที่ไม่ได้คึกอย่างที่คาด
การล่มของ Balogun ทำให้ตลาดของผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ ในซัมเมอร์นี้ดูเงียบลงกว่าเดิม แม้จะมีดีลย้ายทีมหลายราย แต่ส่วนใหญ่ไปสู่สโมสรที่ไม่ได้อยู่ในจุดสนใจสูงนัก
Middlesbrough และ Stoke City เป็นสองทีมที่หันกลับมาให้ความสนใจนักเตะอเมริกันอีกครั้ง โดย Boro เซ็นผู้เล่นอเมริกัน 3 ราย ส่วน Stoke ได้มา 2 ราย ขณะที่ดีลที่ดึงสายตาที่สุดคือ Zavier Gozo ย้ายไป Crystal Palace ด้วยค่าตัว 15 ล้านดอลลาร์
บางรายที่คาดว่าจะย้ายกลับอยู่กับต้นสังกัดต่อไป Malik Tillman ยังอยู่กับ Bayer Leverkusen และยังมีชื่อในทีมชุดใช้งานจริง ส่วน Tyler Adams ไม่มีความเคลื่อนไหวออกจาก AFC Bournemouth, Ricardo Pepi ยังอยู่กับ PSV Eindhoven และ Joe Scally มีแนวโน้มอยู่กับ Borussia Mönchengladbach ต่อไป
Giovanni Reyna กับโอกาสใหม่ที่ Strasbourg
อีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตาคือ Giovanni Reyna ซึ่งย้ายไป Strasbourg ใน Ligue 1 และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสโมสรที่เกี่ยวข้องกับ Chelsea การย้ายครั้งนี้เกิดหลังช่วงเวลาที่ยากลำบากกับ Mönchengladbach ซึ่งเขาทำได้เพียง 1 ประตูตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมปัญหาเรื่องความฟิตที่ยังตามรบกวน
อย่างน้อยล่าสุด Reyna มีสัญญาณดีขึ้นบ้าง เขาลงเล่น 76 นาทีในเกมชนะ Lens 2-1 และนับเป็นเพียงครั้งที่สองในปีปฏิทินนี้ที่เขาได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ เขายังมีจังหวะยิงที่บังคับให้ Robin Risser นายทวาร Lens ต้องเซฟอย่างเหนียวแน่นในนาทีที่ 34 ด้วย
สำหรับ Reyna การย้ายไป Strasbourg ถูกมองว่าเป็นจุดที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ชัด เพราะศักยภาพอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป สิ่งที่ทีมต้องการคือผลงานในสนาม และนั่นคือโจทย์ใหญ่ของเขานับจากนี้
ภาพรวมที่ต้องจับต่อ
ดีลของ Balogun ที่ล่มลงในวันสุดท้ายทำให้ Everton พลาดกองหน้าที่ต้องการทันที และทำให้ Monaco ต้องหาวิธีจัดการทั้งเรื่องการเงินและขุมกำลังต่อไป ขณะเดียวกัน Reyna ได้เริ่มต้นบทใหม่ในฝรั่งเศสด้วยสัญญาณที่ดูดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า แต่ยังต้องพิสูจน์อีกมาก
สำหรับตลาดนักเตะอเมริกันรอบนี้ เรื่องใหญ่ไม่ได้อยู่ที่จำนวนดีล แต่อยู่ที่หลายความคาดหวังไม่กลายเป็นความจริง และนั่นทำให้ซัมเมอร์นี้ของ USMNT ถูกจดจำในฐานะหน้าต่างซื้อขายที่เงียบกว่าที่หลายคนคิด



















