บาเยิร์น มิวนิค ยิงประตูในบุนเดสลีกาไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 18 เดือน หลังเสมอชาลเก้ 0-0 โดย ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเซฟสำคัญหลายครั้ง รวมถึงจังหวะป้องกันโอกาสของ แฮร์รี เคน ในช่วงท้ายเกม

ผลการแข่งขันยุติสถิติของบาเยิร์นที่ยิงประตูได้ต่อเนื่อง 47 นัดในบุนเดสลีกา เกมลีกก่อนหน้านี้ที่ทีมทำประตูไม่ได้คือการเสมอไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 0-0 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2025
คาริอุสช่วยชาลเก้รักษาคลีนชีต
ชาลเก้รับมือเกมรุกของบาเยิร์นด้วยการเล่นเกมรับที่ компактและดุดันตามคำอธิบายของวินเซนต์ ก็องปานี ขณะที่คาริอุสต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะดวลกับเคนช่วงท้ายเกม
ก็องปานีให้เคนและไมเคิล โอลิเซเริ่มเกมบนม้านั่งสำรอง แต่บาเยิร์นยังสร้างโอกาสแบบตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูได้สองหรือสามครั้ง ปัญหาของทีมจึงอยู่ที่การเปลี่ยนโอกาสสำคัญให้เป็นประตูไม่ได้
ก็องปานีมองว่าบาเยิร์นมีโอกาสชนะ
"เรามีช่วงเวลาที่ดีและมีโอกาสสำคัญ เรามีจังหวะดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูสองหรือสามครั้ง เมื่อเจอกับทีมที่เล่นเกมรับแน่นและดุดัน คุณต้องทำประตูจากโอกาสเหล่านั้นให้ได้ ในแง่ของโอกาส เราน่าจะชนะเกมนี้ได้ แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้"
มุมมองของก็องปานีชี้ว่าผลเสมอไม่ได้เกิดจากการที่บาเยิร์นสร้างโอกาสไม่ได้ แต่เกิดจากการจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ขณะที่ชาลเก้รักษาระเบียบเกมรับและมีคาริอุสเป็นด่านสุดท้ายจนเก็บคลีนชีตได้
บาเยิร์นหลุดจ่าฝูงบุนเดสลีกา
ผลเสมอทำให้บาเยิร์นไม่ได้อยู่บนจ่าฝูงบุนเดสลีกาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 และยุติช่วงเวลาที่ทีมของก็องปานีครองอันดับหนึ่งต่อเนื่อง 67 แมตช์เดย์
ไฟรบวร์กขึ้นนำตารางหลังชนะ 4-1 เหนือแวร์เดอร์ เบรเมนในนัดเปิดฤดูกาล ก่อนบุกชนะพาเดอร์บอร์น 1-0

สถิติการยิงประตูที่สิ้นสุดลง
สถิติยิงประตูในบุนเดสลีกาต่อเนื่อง 47 นัดของบาเยิร์นสิ้นสุดลงในเกมนี้ แม้เป็นช่วงเวลายาวนานกว่า 18 เดือน แต่ยังห่างจากสถิติสูงสุดของสโมสร ซึ่งเคยยิงประตูในลีกต่อเนื่อง 87 นัดระหว่างปี 2020 ถึง 2022
ก่อนพบชาลเก้ บาเยิร์นยังยิงประตูได้ในทุกเกมที่ลงแข่งขันไม่ว่ารายการใด นับตั้งแต่แพ้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-2 ในศึกคลับ เวิลด์ คัพ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เกมที่เสมอแบบไร้สกอร์จึงยุติสถิติดังกล่าวด้วยเช่นกัน






















