แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะคริสตัล พาเลซ 4-1 ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก เมื่อวันศุกร์ โดยรายัน แชร์กีและเออร์ลิง ฮาลันด์ยิงคนละ 2 ประตู ช่วยให้ทีมเก็บชัยเป็นนัดที่สองติดต่อกัน และทำให้ซิตี้ยังเป็นทีมที่พร้อมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ต่อไป

แชร์กีเป็นตัวแปรสำคัญของเกม
เกมนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยฟอร์มของรายัน แชร์กีตั้งแต่ครึ่งหลัง ประตูแรกของเขามาจากจังหวะลากบอลฝ่าการเข้าปะทะหลายครั้งก่อนแตะผ่านดีน เฮนเดอร์สันอย่างเฉียบขาด ทำให้ซิตี้กลับมาคุมเกมได้ชัดเจนขึ้น
หลังคริสตัล พาเลซตีเสมอจากฟรีคิกของเยเรมี ปิโน ที่บอลชนคานแล้วไปโดนจานลุยจิ ดอนนารุมมาก่อนเด้งเข้าประตู แชร์กีก็ยกระดับการเล่นของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการพาบอลบุกใส่แนวรับเจ้าถิ่นและยิงจากระยะไกลจนแฉลบคริส ริชาร์ดส์เปลี่ยนทางเป็นประตู 3-1
ช่วงที่ผ่านมาเขาเคยเปลี่ยนรูปเกมได้ในจังหวะสำคัญ และเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาแสดงให้เห็นว่า เมื่อได้รับโอกาส แชร์กีสามารถเป็นคนตัดสินเกมให้ทีมได้

ฮาลันด์ยังคงเป็นจุดจบของทุกจังหวะ
เออร์ลิง ฮาลันด์ไม่เพียงยิงสองประตู แต่ยังตอกย้ำว่าเขายังเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของซิตี้ ประตูแรกมาจากจังหวะหมุนตัวยิงอย่างเหนือชั้น ส่วนประตูที่สองเกิดจากการประสานงานกับฟิล โฟเดนก่อนจบสกอร์อย่างเด็ดขาดเป็นลูก 4-1
สถิติยิง 10 ประตูจาก 6 นัดที่พบคริสตัล พาเลซสะท้อนชัดว่าแนวรับของเจ้าถิ่นรับมือฮาลันด์ได้ยากเพียงใด เมื่อเขาได้พื้นที่ในกรอบเขตโทษ ความต่างของเกมก็แทบจบลงทันที
พาเลซสู้ได้ช่วงต้น แต่ซิตี้เฉียบคมกว่า
คริสตัล พาเลซออกสตาร์ตได้ดีและมีช่วงที่อดัม วอร์ตันคุมจังหวะเกมได้ดีพอสมควร ทว่าความต่อเนื่องและความดุดันในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นของซิตี้มากกว่า
ทีมเจ้าถิ่นยังมีโจทย์ให้จัดการในช่วงโค้งท้ายของตลาดนักเตะ โดยฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตาและอิสมาอีลา ซาร์ไม่พร้อมลงเล่นจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่ดาเนียล มูนโญซมีชื่อเป็นสำรองท่ามกลางกระแสความสนใจจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์
แม้สกอร์จะขาด แต่ซิตี้เองก็ไม่ได้เล่นได้สมบูรณ์ตลอด 90 นาที พวกเขามีช่วงที่เปิดโอกาสให้พาเลซครองบอลและเจาะเข้าพื้นที่อันตรายได้บ้าง ซึ่งเป็นจุดที่ทีมยังต้องเก็บรายละเอียดต่อไป
ชัยชนะที่ยืนยันว่าซิตี้ยังมีแรงพอจะไล่ล่าแชมป์
สิ่งที่น่าจับตาที่สุดของเกมนี้ไม่ใช่แค่ผลชนะขาด แต่คือการที่ซิตี้ยังมีผู้เล่นระดับตัดสินเกมได้พร้อมกันหลายคน แชร์กีกำลังแทรกตัวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ขณะที่ฮาลันด์ยังเป็นตัวปิดบัญชีที่เชื่อถือได้เสมอ
สำหรับผู้ชมซิตี้ นี่คือภาพที่บอกชัดว่าทีมอาจเปลี่ยนแปลงไปหลายจุด แต่คุณภาพเกมรุกยังอยู่ครบ และหากสองแนวรุกนี้รักษามาตรฐานได้ต่อเนื่อง ซิตี้ก็ยังเป็นหนึ่งในทีมที่คู่แข่งต้องให้ความเกรงใจในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก



















