Curaçao เอาชนะสหรัฐฯ และคว้าแชมป์ LLBWS ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 โดยเกมนี้ตัดสินกันที่จังหวะเปลี่ยนโมเมนตัมซึ่งทีมจากคาริบเบียนทำได้ดีกว่าในช่วงสำคัญ

ไฮไลต์ที่ชัดที่สุดคือ Juriensly De Windt ซึ่งตี 3-run double ช่วยเปิดช่องให้ Curaçao ทิ้งห่าง ขณะที่ Jordan Richards ก็มีจังหวะวิ่งกลับบ้านอย่างเฉียดฉิวจนช่วยให้ทีมตีเสมอได้ในช่วงที่เกมยังเปิดกว้าง
ฝั่งคู่แข่งก็มีช่วงที่ตอบโต้ได้เหมือนกัน เมื่อ Maddox Bryan ตี 2-run single พา Nevada มีแต้มขึ้นบนกระดาน ทำให้เกมยังมีแรงกดดันและต้องลุ้นกันต่อเนื่องก่อนบทสรุปจะเอนมาทาง Curaçao
จังหวะที่เปลี่ยนภาพรวมของเกม
เกมนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าโอกาสสำคัญเพียงไม่กี่ครั้งสามารถกำหนดผลลัพธ์ได้ Curaçao ใช้จังหวะตีของ De Windt และการวิ่งกลับบ้านของ Richards เปลี่ยนจากเกมที่ยังสูสีให้กลายเป็นความได้เปรียบของตัวเอง
เมื่อทีมรักษาแรงกดดันไว้ได้ต่อเนื่อง ฝั่งตรงข้ามจึงต้องไล่ตามสถานการณ์มากกว่าจะเป็นฝ่ายคุมเกม และนั่นคือความต่างที่พาทีมไปถึงแชมป์
แชมป์ LLBWS สมัยแรกนับตั้งแต่ปี 2004
ความสำเร็จครั้งนี้มีน้ำหนักมากเพราะเป็นแชมป์ LLBWS สมัยแรกของ Curaçao นับตั้งแต่ปี 2004 และเป็นการย้ำว่าทีมชุดนี้มีความนิ่งพอจะปิดเกมใหญ่ได้จริง
สำหรับแฟนบอลและแฟนเบสบอลเยาวชน บทเรียนจากเกมนี้ชัดเจนมาก: ทีมที่ใช้โอกาสสำคัญได้คุ้มค่ากว่ามักเป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมระดับสูง
ผู้เล่นที่สร้างอิทธิพลในเกม
- Juriensly De Windt ตี 3-run double ให้ Curaçao
- Jordan Richards วิ่งกลับบ้านสำเร็จเพื่อช่วยให้ Curaçao ตีเสมอ
- Maddox Bryan ตี 2-run single ให้ Nevada
ทำไมชัยชนะนัดนี้ถึงสำคัญ
นอกจากผลการแข่งขันที่พาทีมชูถ้วยแล้ว เกมนี้ยังตอกย้ำความสำคัญของการเล่นในจังหวะคีย์เพลย์ เพราะ Curaçao เปลี่ยนโอกาสที่มีให้เป็นแต้มได้ทันที และนั่นคือความต่างระหว่างทีมที่ดีพอจะสู้ กับทีมที่ดีพอจะเป็นแชมป์
ภาพรวมของเกมจึงไม่ได้มีแค่สกอร์สุดท้าย แต่ยังมีจังหวะที่แฟนบอลจดจำได้จากการตัดสินใจและการปิดสกอร์ในเวลาที่เหมาะสม



















