โชเซ มูรินโญชื่นชมศักยภาพของยาน ดิออม็องเด หลังปีกวัยเยาว์ได้ออกสตาร์ตตัวจริงให้เรอัล มาดริดเป็นครั้งแรก ในเกมลาลีกาที่ทีมเปิดบ้านชนะราโย บาเยกาโน 4-1 โดยเขาได้ลงเล่น 72 นาที

ดิออม็องเดประเดิมตัวจริงกับเรอัล มาดริด
ดิออม็องเด ซึ่งเป็นนักเตะค่าตัวสถิติสูงสุดของเรอัล มาดริด เพิ่งย้ายมาจากแอร์เบ ไลป์ซิกเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสลงสนามเพียงช่วงสั้น ๆ ในฐานะตัวสำรอง แต่เกมนี้ได้รับความไว้วางใจให้ออกสตาร์ตตั้งแต่ต้นและอยู่ในสนามจนถึงนาทีที่ 72
มูรินโญมองว่าดิออม็องเดกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีจุดเด่นในการดวลตัวต่อตัว การเปิดบอล และการยิงประตู เขายังสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งของวินิซิอุส จูเนียร์และฝั่งขวา ทำให้เรอัล มาดริดมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในแนวรุก
อย่างไรก็ตาม มูรินโญระบุว่าดิออม็องเดยังต้องเรียนรู้ด้านแท็กติกอีกมาก เพราะเพิ่งมีประสบการณ์ฟุตบอลระดับสูงในยุโรปไม่นาน คำประเมินนี้สะท้อนว่าการได้ลงตัวจริงเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่ใช่บทสรุปเรื่องบทบาทระยะยาวของเขาในทีม

เรอัล มาดริดตัดสินเกมได้ตั้งแต่ครึ่งแรก
เรอัล มาดริดขึ้นนำ 3-0 ก่อนพักครึ่งจากประตูของคีเลียน เอ็มบัปเป อัลบาโร การ์เรราส และจูด เบลลิงแฮม สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมสามารถควบคุมเกมได้ตั้งแต่ช่วงต้นตามแผนที่มูรินโญวางไว้
ราโย บาเยกาโนไล่คืนมาได้จากเซร์คิโอ กาเมโยในครึ่งหลัง แต่เอ็มบัปเปทำประตูที่สองของตัวเองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้เรอัล มาดริดยืนยันชัยชนะ 4-1
มูรินโญยอมรับทีมแผ่วลงหลังพักครึ่ง
มูรินโญอธิบายว่าทีมมีความเหนื่อยล้าจากเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับอินเตอร์ มิลานในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งพลังงานทางร่างกายและสมาธิลดลงเมื่อเกมดำเนินต่อ ทำให้ความเข้มข้นลดลงและเกิดความผิดพลาดมากขึ้น
เขาระบุว่าเบลลิงแฮมแทบไม่มีพลังงานเหลือในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่การเร่งสร้างความได้เปรียบตั้งแต่ครึ่งแรกช่วยให้เรอัล มาดริดปิดเกมได้ แม้ผลงานในครึ่งหลังจะไม่ต่อเนื่องเท่าช่วงต้นเกม
มูรินโญหนุนวินิซิอุส
วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งถูกแฟนบอลบางส่วนโห่ในเกมกลางสัปดาห์ เป็นผู้แอสซิสต์ให้เบลลิงแฮมทำประตู และได้รับการกอดจากมูรินโญขณะถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายเกม
มูรินโญกล่าวว่าสภาพร่างกายของวินิซิอุสดีที่สุดเท่าที่เคยเห็น และตอนนี้นักเตะกำลังพัฒนาการทำแอสซิสต์กับความเข้าใจเกมรับ ส่วนประตูจะตามมาในภายหลัง



















