Lauren James แนวรุกคนสำคัญของ Chelsea เปิดใจว่าภาพลักษณ์ที่ดูนิ่งเงียบเคยทำให้เธอถูกมองผิดมาตลอด ทั้งที่ตัวตนจริงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหลงใหลในฟุตบอล



ภาพนิ่งที่คนอื่นเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ
ในการให้สัมภาษณ์กับ ESPN ที่สนามซ้อมของ Chelsea ใน Cobham, LONDON Lauren James บอกชัดว่าความสบาย ๆ ของเธออาจทำให้คนตีความว่าไม่สนใจสิ่งรอบตัว ทั้งที่จริงแล้วเธอเป็นคนที่จริงจังกับฟุตบอลมาก
“It looks like I don't care, but actually I'm so passionate. This is just how I go about things.”
สำหรับ James นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เธอบอกว่าถูกมองแบบนี้มานาน เพราะบุคลิกที่ค่อนข้างผ่อนคลายและภาษากายที่อาจดูห่างเหินกว่าความจริง แต่คนใกล้ตัวรู้ดีว่าเธอใส่ใจกับทุกอย่างแค่ไหน
ประสบการณ์ที่หล่อหลอมเธอไว้ตั้งแต่อายุน้อย
James เพิ่งอายุครบ 25 ปี และแม้จะยังอยู่ในช่วงต้นของช่วงพีค แต่เส้นทางอาชีพของเธอก็แบกทั้งชื่อเสียง ความคาดหวัง และแรงกดดันมาไม่น้อย เธอเคยเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ของ Arsenal ด้วยวัย 16 ปี จากนั้นสร้างชื่อกับ Manchester United ก่อนย้ายมาคว้าแชมป์กับ Chelsea และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในชื่อสำคัญของทีมชาติ England
ระหว่างทาง เธอยังต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บ ความกดดันจากการเป็นน้องสาวของ Reece James รวมถึงกระแสเหยียดผิวและเสียงวิจารณ์หลังใบแดงในเกมกับ Nigeria รอบน็อกเอาต์ของ 2023 Women's World Cup ด้วย
ทั้งหมดนี้ทำให้ James ไม่ได้เป็นเพียงนักเตะที่เก่งในสนาม แต่ยังเป็นคนที่คุ้นเคยกับการถูกจับจ้องตั้งแต่อายุน้อย ซึ่งยิ่งอธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงมีความคิดลึกและไม่ค่อยแสดงออกแบบตรงไปตรงมา
เริ่มเปิดตัวตนมากขึ้นในห้องแต่งตัวของ Chelsea
แม้ภายนอกจะดูนิ่ง แต่ James ยอมรับว่าในหัวของเธอคิดตลอดเวลา แม้ช่วงพักร้อนที่ Turks and Caicos ก็ยังไม่อาจตัดขาดจากฟุตบอลได้ง่าย ๆ
“It's so hard because I can't switch off; I go home, and I can't switch off. I'm just constantly thinking,”
อย่างไรก็ดี ตลอดปีที่ผ่านมา เธอค่อย ๆ เปิดเผยอีกมุมหนึ่งของตัวเองมากขึ้น ทั้งความขี้เล่น อารมณ์ขัน และความสบายใจกับการสื่อสารที่มากขึ้นกว่าเดิม
Lucy Bronze ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมทีมชาติและสโมสร มองเห็นพัฒนาการนี้ชัดเจน เธอบอกว่า James เติบโตขึ้นทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคน และเริ่มรู้สึกสบายใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น
“We kind of just drifted to each other, and she took me under her wing. I can't get rid of her,”
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมาตั้งแต่การติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกของ James ในปี 2020 และ Bronze ก็กลายเป็นคนที่คอยดูแล ช่วยประคอง และเปิดพื้นที่ให้เธอได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
แรงหนุนจาก Sonia Bompastor และทิศทางใหม่ของทีม
อีกคนที่มีส่วนสำคัญคือ Sonia Bompastor เฮดโค้ชของ Chelsea ซึ่งสร้างบรรยากาศในทีมที่ชัดเจนในเรื่องมาตรฐานการแข่งขัน แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสื่อสารความรู้สึกและแสดงตัวตนได้
“She [Bompastor] has my back. I think that's also why I respect her so highly as well, because she can also tell me straight what she thinks and what you need to do,”
สำหรับ James การได้รับทั้งความตรงไปตรงมาและการปกป้องจากโค้ช ทำให้เธอเชื่อมั่นมากขึ้น และกล้าปล่อยให้บุคลิกจริง ๆ ของตัวเองออกมามากกว่าเดิม
Bompastor เองย้ำว่าการให้ผู้เล่นเป็นตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อคนในทีมรู้สึกปลอดภัย พวกเขาจะเล่นด้วยความมั่นใจและดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
ฤดูกาลใหม่ของ Chelsea กับบทบาทที่ใหญ่ขึ้นของ James
Chelsea กำลังเข้าสู่ฤดูกาลใหม่หลังจากปีที่แล้วเสียแชมป์ WSL เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ James อยู่กับสโมสร โดยจบเพียงอันดับสาม และปล่อยให้ Manchester City คว้าแชมป์ไปครอง ทำให้สถิติแชมป์ลีกต่อเนื่องหกปีสิ้นสุดลง
ทีมยังต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในห้องแต่งตัว เมื่อ Millie Bright, Sam Kerr และ Niamh Charles อำลาทีมหรือย้ายออกไป ส่งผลให้แกนหลักของทีมเปลี่ยนหน้าไปพอสมควร
ในสถานการณ์แบบนี้ James ถูกมองว่าเติบโตขึ้นจนพร้อมช่วยนำทางคนอื่นได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีรุ่นน้องอย่าง Alyssa Thompson เข้ามาเสริมทีมและมองเธอเป็นต้นแบบจากการซ้อม
Chelsea ต้องการกลับไปแย่งความสำเร็จคืนมา และเป้าหมายใหญ่ที่ยังรออยู่คือ Women's Champions League ซึ่งเป็นถ้วยที่สโมสรยังไม่เคยคว้ามาได้
สำหรับ James แกนหลักสำคัญไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ แต่คือการช่วยทีมในสนามและเป็นที่พึ่งให้คนรอบตัว เมื่อเธอเริ่มสบายใจกับตัวเองมากขึ้น บทบาทของเธอใน Chelsea ก็ยิ่งน่าจับตาในฐานะทั้งตัวสร้างความแตกต่างและเสียงสำคัญในห้องแต่งตัว
สิ่งที่แฟน Chelsea ควรรู้จากบทสัมภาษณ์นี้
สิ่งที่ James พูดไม่ได้มีแค่ความหมายต่อภาพลักษณ์ส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางของ Chelsea ในช่วงสร้างทีมใหม่ เพราะเมื่อสโมสรเสียผู้เล่นสำคัญหลายคน การมีนักเตะที่เข้าใจความกดดันและพร้อมรับผิดชอบมากขึ้นย่อมช่วยให้ทีมเดินหน้าได้มั่นคงกว่าเดิม
สำหรับแฟนบอล นี่คือสัญญาณว่า James ไม่ได้เป็นแค่คนที่มีพรสวรรค์สูงเท่านั้น แต่ยังค่อย ๆ เติบโตเป็นหนึ่งในเสียงสำคัญของทีม ซึ่งอาจส่งผลทั้งในแง่ฟอร์มการเล่น ความมั่นใจของเพื่อนร่วมทีม และบรรยากาศในห้องแต่งตัวของ Chelsea ตลอดฤดูกาลใหม่




















