แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสอบถามความเป็นไปได้ในการคว้าตัว Rayan Aït-Nouri แบ็กซ้ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันเดดไลน์ แต่สุดท้ายยุติการเจรจา ขณะที่เอฟเวอร์ตันก็ล้มเหลวในการยื่นข้อเสนอขอยืมตัว Joshua Zirkzee กองหน้าของยูไนเต็ดในช่วงปิดตลาดซื้อขาย

บรรยากาศวันเดดไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและแมนเชสเตอร์ ซิตี้
โจชัว เซิร์กซี ในช่วงที่ตกเป็นข่าวย้ายทีมปลายตลาดซื้อขาย
Nicol backs Man City to compete for the title after Fernandez signing

แมนยูเช็กสถานะ Aït-Nouri ก่อนถอนตัว

แหล่งข่าวบอกกับ ESPN ว่า ยูไนเต็ดสอบถามเรื่องความพร้อมของ Aït-Nouri ในวันเดดไลน์ โดยแบ็กซ้ายรายนี้ถูกเสนอให้กับทีมของพวกเขาตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของตลาด

จากนั้นในวันอังคาร ยูไนเต็ดติดต่อกลับไปหาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และได้รับแจ้งว่าหากเป็นการยืมตัว ต้องมีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดเมื่อจบฤดูกาล

เงื่อนไขดังกล่าวทำให้ยูไนเต็ดตัดสินใจหยุดการพูดคุย เพราะต้องการเพียงตัวเลือกใช้งานระยะสั้นเท่านั้น

เอฟเวอร์ตันยื่นช้า พลาด Zirkzee

อีกด้านหนึ่ง เอฟเวอร์ตันยื่นข้อเสนอขอ Joshua Zirkzee จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันเดดไลน์ แต่ไม่สำเร็จ

ข้อเสนอนั้นเกิดขึ้นหลังจากแผนดึง Folarin Balogun ล่มลงในช่วงท้ายตลาด

แหล่งข่าวระบุว่าดีลที่ยื่นให้ Zirkzee เป็นสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาลพร้อมออปชันซื้อขาด แต่ยูไนเต็ดปฏิเสธ เพราะมองว่าความสนใจมาช้าเกินไปและไม่มีเวลาหาตัวแทน

ก่อนหน้านั้น ยูไนเต็ดเคยคุยกับฟิออเรนตินาเรื่อง Zirkzee ในสัปดาห์สุดท้ายของตลาด แต่ทีมจากเซเรีย อาหันไปให้ความสนใจกับ Beto แทน

สถานะของ Zirkzee ยังไม่เปลี่ยน

Zirkzee ยังไม่ได้ลงเล่นในฤดูกาลนี้ แต่มีชื่ออยู่ในทีมวันแข่งของ Michael Carrick สำหรับเกมเปิดฤดูกาลกับ Hull City และ Ipswich

ทั้งสองดีลสะท้อนให้เห็นว่าช่วงท้ายตลาดซื้อขายไม่ได้วัดกันแค่ความต้องการของสโมสร แต่ตัดสินกันที่จังหวะเวลาและเงื่อนไขสัญญาเป็นหลัก

ภาพรวมที่แฟนบอลควรรู้

สำหรับยูไนเต็ด เรื่องของ Aït-Nouri แสดงให้เห็นว่าดีลยืมตัวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโครงสร้างสัญญาตรงกับเป้าหมายของสโมสร

ส่วนกรณี Zirkzee เป็นตัวอย่างของข้อเสนอที่มาช้าเกินไป จนต้นสังกัดไม่พร้อมปล่อยนักเตะออกจากทีมเพราะไม่มีเวลาหาตัวแทน

เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองเคสช่วยอธิบายภาพตลาดวันสุดท้ายของยูไนเต็ดและเอฟเวอร์ตันได้ชัดเจนว่า ความเร็วและเงื่อนไขสำคัญพอๆ กับความสนใจ