Michelle Cooper กลายเป็นจุดศูนย์กลางของข้อพิพาทระหว่างนักเตะ แบรนด์รองเท้า และ NWSL หลังลีกเริ่มใช้นโยบายที่กำหนดให้แบรนด์ซึ่งต้องการแสดงโลโก้ระหว่างการแข่งขันต้องจ่ายเงินให้ทั้งลีกและนักเตะ ขณะที่ Cooper ยังคงสวมรองเท้า New Balance ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมข้อตกลงของ NWSL

หลังทำประตูชัยให้ Kansas City Current ชนะ North Carolina Courage 3-2 เมื่อวันเสาร์ Cooper คุกเข่าถอดรองเท้าข้างขวาขึ้นมาโชว์ต่อหน้าแฟนบอล เธอเคยทำเช่นเดียวกันหลังทำประตูในเดือนกรกฎาคม และก่อนหน้านี้ยังโพสต์ภาพอีเมลจากลีกที่แจ้งบทลงโทษเกี่ยวกับรองเท้า ก่อนแนบลิงก์ให้แฟนบอลซื้อรองเท้าของเธอ

กฎรองเท้าของ NWSL ทำงานอย่างไร
แบรนด์ที่อยู่นอกเหนือจาก Nike ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ลีกเพื่อเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาต และต้องจ่ายให้นักเตะที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างน้อยคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการสวมรองเท้าในรายการแข่งขันอย่างเป็นทางการของ NWSL ค่าธรรมเนียมของลีกเป็นระบบไล่ระดับตามจำนวนผู้เล่นที่แบรนด์สนับสนุน โดยแหล่งข่าวระบุว่าจำนวนเริ่มต้นที่เชื่อกันว่าอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
- Nike เป็นผู้สนับสนุนรองเท้าของ NWSL มาตั้งแต่ลีกก่อตั้งในปี 2013
- ณ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม Adidas และ Puma ลงนามข้อตกลงกับ NWSL แล้ว
- แบรนด์ที่ไม่เข้าร่วมข้อตกลงต้องปิดโลโก้บนรองเท้าระหว่างการแข่งขัน
- การฝ่าฝืนเริ่มจากคำเตือน ตามด้วยค่าปรับ 500 ดอลลาร์สหรัฐในครั้งที่สอง และ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐในครั้งที่สาม ก่อนเพิ่มเป็นสองเท่าหลังจากนั้น
แม้นักเตะจะสวมรองเท้าจากแบรนด์ที่ได้รับอนุญาต ก็ยังต้องได้รับเงินขั้นต่ำตามข้อตกลงการเปิดเผยแบรนด์จึงจะสวมโลโก้ลงแข่งขันได้ ยกเว้นรองเท้า Nike หากนักเตะไม่มีสัญญาส่วนตัว Nike จะจัดหารองเท้าเพิ่มเติมให้สโมสร
กรณีของ Cooper กับ New Balance
New Balance ยังไม่มีสถานะเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาตจาก NWSL แต่ Cooper มีสัญญากับแบรนด์อยู่ก่อนแล้ว นโยบายเปิดทางให้ผู้เล่นที่ย้ายเข้าสู่ NWSL จากลีกอาชีพอื่นรักษาสัญญารองเท้าเดิมไว้ได้จนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด ทว่าไม่ได้ระบุข้อยกเว้นแบบเดียวกันสำหรับผู้เล่นที่อยู่ใน NWSL อยู่แล้วและมีสัญญากับแบรนด์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้กรณีของ Cooper กลายเป็นบททดสอบสำคัญ เพราะการบังคับใช้กฎกระทบทั้งสิทธิในสัญญาเดิมและวิธีที่นักเตะใช้สร้างมูลค่าให้แบรนด์ของตัวเอง ขณะเดียวกัน NWSL ยืนยันว่ามีการพูดคุยในเชิงบวกกับ New Balance
แบรนด์รายเล็กกังวลต้นทุน
นโยบายนี้สร้างแรงกดดันต่อแบรนด์ที่พัฒนารองเท้าสำหรับนักกีฬาหญิงโดยเฉพาะ Jack Rasmussen ผู้ก่อตั้ง Caddix กล่าวว่า ค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อธุรกิจ Caddix จ่ายเงินขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ Kayla Sharples แต่เธอได้รับค่าปรับครั้งแรกจากการสวมรองเท้าของแบรนด์ในสัปดาห์นั้น
ด้าน IDA จัดหารองเท้าให้ผู้เล่น NWSL สี่คนและกำลังพูดคุยกับนักเตะอีกหลายราย แต่คำถามแรกที่ผู้เล่นมักถามคือ พวกเธอจะสามารถสวมรองเท้า IDA ลงแข่งขันได้หรือไม่ ประเด็นนี้สะท้อนว่ากฎไม่ได้เป็นเพียงเรื่องค่าธรรมเนียม แต่มีผลโดยตรงต่อโอกาสที่แบรนด์ขนาดเล็กจะนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่สนามแข่งขัน
รายได้ของลีกกับสิทธิการเลือกของนักเตะ
NWSL มองว่าการเติบโตของลีกทำให้ผู้เล่นและการแข่งขันมีมูลค่าทางการตลาดสูงขึ้น แบรนด์ที่ต้องการใช้ชื่อและภาพลักษณ์ของลีก สโมสร และนักเตะจึงต้องลงทุนให้ทั้ง NWSL และผู้เล่น การเข้าร่วมข้อตกลงยังเปิดทางให้แบรนด์นำภาพนักเตะในชุดสโมสรไปใช้ทำการตลาดได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักเตะและแบรนด์ตั้งคำถามกับการสื่อสารและช่วงเวลาบังคับใช้กฎ นโยบายถูกเปิดเผยครั้งแรกในเดือนมีนาคม แต่วันเริ่มใช้เลื่อนจากเดือนมีนาคมไปเป็นช่วงซัมเมอร์ ทำให้หลายฝ่ายวางแผนเรื่องสัญญาและงบการตลาดได้ยากขึ้น
แนวคิดให้แบรนด์จ่ายเงินเพื่อเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาตพบได้ใน NFL, NBA และ WNBA แต่แตกต่างจากฟุตบอลระดับโลก ซึ่งนักเตะมักมองรองเท้าเป็นสิทธิในการเลือกส่วนตัว NWSL อ้างอิงรายละเอียดบางส่วนจาก WNBA รวมถึงเงินขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐที่แบรนด์ต้องจ่ายให้นักกีฬา แม้ทั้งสองลีกจะมีอายุ ขนาดผู้ชม และลักษณะการถ่ายทอดสดแตกต่างกัน
ข้อพิพาทยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ
ยังไม่มีการจ่ายค่าปรับให้ลีก เนื่องจากสมาคมผู้เล่น NWSL ยื่นข้อพิพาทเกี่ยวกับการบังคับใช้นโยบาย โดยเฉพาะกรณีสัญญาสปอนเซอร์ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เช่น สัญญาของ Cooper กับ New Balance
สำหรับแฟนบอล ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การห้ามสวมรองเท้าแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดยตรง นักเตะยังสวมรองเท้าจากแบรนด์ใดก็ได้ แต่โลโก้ของแบรนด์ที่ไม่เข้าร่วมกรอบข้อตกลงต้องถูกปิดระหว่างการแข่งขัน กรณีของ Cooper จะยังเป็นภาพสะท้อนว่าการหารายได้ของลีกเดินไปพร้อมกับสิทธิของนักเตะและการเปิดพื้นที่ให้แบรนด์รายเล็กได้อย่างไร























