ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ครองอันดับ 1 ใน Power Rankings ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ก่อน Matchday 1 จากการประเมินของผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการ 19 คน โดยได้คะแนนโหวตอันดับหนึ่ง 9 เสียง และไม่มีใครจัดทีมต่ำกว่าอันดับ 4 อาร์เซนอลตามมาเป็นอันดับ 2 ส่วนบาเยิร์น มิวนิค และบาร์เซโลนาอยู่ในกลุ่มหัวแถวของทีมเต็ง

ภาพประกอบบทวิเคราะห์ Power Rankings ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกก่อน Matchday 1

การจัดอันดับนี้วัดโอกาสลุ้นแชมป์ของ 36 สโมสรในลีกเฟส ไม่ใช่ตารางคะแนนแข่งขันจริง ทุกทีมมีเป้าหมายเดียวกันคือจบใน 24 อันดับแรกเพื่อไปต่อรอบน็อกเอาต์ แต่ความยากของโปรแกรมแตกต่างกันชัดเจนหลังการจับสลากวันที่ 27 สิงหาคม

ภาพประกอบการจับสลากลีกเฟสยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 36 ทีม
Luis Enrique targets third straight Champions League title with PSG

PSG คือทีมที่ต้องถูกโค่น

สถานะของ PSG เด่นกว่าคู่แข่งทั้งจากการเป็นแชมป์เก่าสองสมัยติดต่อกันและผลโหวตที่ทิ้งห่าง ทีมของหลุยส์ เอ็นริเก ยังมีควิชา ควารัตสเคเลียกับอุสมาน เดมเบเล เจ้าของบัลลงดอร์คนล่าสุด เป็นแกนหลักในแนวรุก แม้จะเสียแบรดลีย์ บาร์กโกลาให้ลิเวอร์พูลและพลาดคว้ายาน ดิโอมานเด แต่การดึงเฟร์ราน ตอร์เรส, ลูกา ดีญ, มิกา ก็อดต์ส และมักเนส อัคลิอูชเข้ามาเพิ่มทางเลือกในทีม

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมอันดับ 1 Power Rankings ก่อน Matchday 1

PSG จะเปิดสนามด้วยการพบสโลวาน บราติสลาวา ในวันพุธ เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST ก่อนเจองานหนักขึ้นทันทีในการเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ใน Matchday 2 และรับมือบาร์เซโลนาที่บ้านใน Matchday 3 ช่วงสามนัดแรกจึงเป็นตัวชี้วัดว่าทีมพร้อมป้องกันแชมป์เพียงใด โดยเฉพาะหลังเพิ่งแพ้โมนาโกในบ้านในเกมลีกนัดล่าสุด

อาร์เซนอลและบาเยิร์น มิวนิค ไล่กดดัน

อาร์เซนอลเป็นอันดับ 2 และได้คะแนนโหวตอันดับหนึ่ง 5 เสียง ความเชื่อมั่นมาจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี รวมถึงการเสริมเอซรี คอนซา, บรูโน กิมาไรส์ และคริสตอส โซลิส อย่างไรก็ตาม โปรแกรมที่มีทั้งเรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และนาโปลี ทำให้ทีมของมิเกล อาร์เตตาต้องพิสูจน์คุณภาพตั้งแต่เกมเยือนนาโปลีใน Matchday 1

อาร์เซนอล ทีมอันดับ 2 Power Rankings ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

บาเยิร์นอยู่ในอันดับ 3 ด้วยองค์ประกอบเกมรุกที่ครบเครื่อง ไมเคิล โอลิเซทำหน้าที่อยู่หลังแฮร์รี เคน ขณะที่หลุยส์ ดิอาซเป็นอีกอาวุธริมเส้น เคนยิง 64 ประตูในฤดูกาลก่อน ส่วนดิอาซทำ 26 ประตูและ 19 แอสซิสต์รวมทุกรายการในฤดูกาล 2025-26 การเปิดบ้านพบโบโด/กลิมต์ในวันพฤหัสบดี เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST เป็นโอกาสให้ทีมตอบสนองหลังเสมอชาลเก้ 0-0 ในบุนเดสลีกา

บาเยิร์น มิวนิค ก่อนพบโบโด/กลิมต์ใน Matchday 1

บาร์เซโลนาและเรอัล มาดริด มีโจทย์ต่างกัน

บาร์เซโลนาเป็นอันดับ 4 และเป็นทีมสุดท้ายในกลุ่มระดับบนสุดของผลโหวต หลังคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาลก่อน การมาของโรดรีช่วยยกระดับตำแหน่งกองกลางตัวรับ ขณะที่ช่วงเปิดฤดูกาลทีมชนะ 4 นัดรวด ยิงได้ 17 ประตู เสีย 2 ประตู ราฟินญาทำ 6 ประตู และแอนโธนี กอร์ดอนทำ 4 แอสซิสต์จาก 244 นาที จุดที่ต้องพิสูจน์ยังเป็นเกมรับ ซึ่งได้รับการเสริมทัพหลักด้วยเจา กานเซโล

บาร์เซโลนา หนึ่งในสี่ทีมอันดับสูงสุดของ Power Rankings

เรอัล มาดริดอยู่อันดับ 5 ภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญ ซึ่งกลับมารับงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้สโมสรอีกครั้ง นัดเปิดสนามกับอินเตอร์ มิลานในวันอังคาร เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST มีน้ำหนักต่อความเชื่อมั่นของทีมโดยตรง มูรินโญเคยพาปอร์โตคว้าแชมป์รายการนี้ในฤดูกาล 2003-04 และพาอินเตอร์คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2009-10 ขณะที่ศักยภาพของมาดริดยังขึ้นอยู่กับคีเลียน เอ็มบัปเป, วินิซิอุส จูเนียร์ และจูด เบลลิงแฮม

กลุ่มผู้ท้าชิงยังเปิดกว้าง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่อันดับ 6 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ เอ็นโซ มาเรสกาต้องหาคำตอบในแดนกลางหลังโรดรีย้ายไปบาร์เซโลนา โดยมีเอลเลียต แอนเดอร์สัน, อายูบ บูอัดดี และเอ็นโซ เฟร์นันเดซเข้ามา เกมรุกยังเป็นจุดแข็งจากเออร์ลิง ฮาลันด์ ผู้ทำ 41 ประตูและ 10 แอสซิสต์รวมทุกรายการในฤดูกาลก่อน รวมถึงรายาน แชร์กีที่ทำ 17 แอสซิสต์

อินเตอร์ มิลานรั้งอันดับ 7 หลังเริ่มฤดูกาล 2026-27 ด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด หนึ่งในนั้นคือการชนะนาโปลี 3-2 ทั้งที่ตาม 1-2 ในบ้านและเหลือเวลาแปดนาที ก่อนเลาตาโร มาร์ติเนซกับมาร์คุส ตูรามพลิกเกม ทีมของคริสเตียน คิวูรักษาโครงสร้างหลักไว้ได้ และการเพิ่มจอห์น สโตนส์กับเคอร์ติส โจนส์ทำให้ทีมมีประสบการณ์มากขึ้นก่อนเยือนเอฟซี ปอร์โตในวันอังคาร เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST

ลิเวอร์พูลอยู่อันดับ 8 ในช่วงเริ่มต้นยุคของอันโดนี อิราโอลา ทีมยังต้องจัดระเบียบเกมรับและแดนกลาง แต่มีแนวรุกที่ประกอบด้วยแบรดลีย์ บาร์กโกลา, บิคตอร์ มูนญอซ, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และฟลอเรียน เวียร์ตซ์ การเปิดบ้านพบแอตเลติโก มาดริดในวันพุธ เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST จึงเป็นบททดสอบที่บอกได้ทันทีว่าทีมพร้อมรับมือเกมใหญ่เพียงใด

แอตเลติโก มาดริดและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปิดท็อป 10

แอตเลติโก มาดริดอยู่อันดับ 9 หลังอำลาอองตวน กรีซมันน์และเสริมคริสเตียน โรเมโร, อี คัง-อิน, อเลฆานโดร กริมัลโด รวมถึงโจนาธาน เดวิดที่ย้ายมาด้วยสัญญายืมตัว การเยือนลิเวอร์พูลใน Matchday 1 เป็นจุดเริ่มต้นที่ยากสำหรับทีมของดีเอโก ซิเมโอเน เพราะโปรแกรมลีกเฟสของพวกเขายังมีบาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเฟเนร์บาห์เช

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเข้ามาในอันดับ 10 แม้ผลงานในประเทศยังไม่สม่ำเสมอ บรูโน แฟร์นันด์สทำ 22 แอสซิสต์ในฤดูกาลก่อน และทีมได้ยูรี ตีเลอมันส์, อันเดรย์ ซานโตส กับคาร์ลอส บาเลบาเข้ามาเสริมแดนกลาง ภารกิจของไมเคิล คาร์ริกคือทำให้ทีมแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องก่อนเปิดบ้านพบซาบาห์ เอฟเคในวันพฤหัสบดี เวลา 3 p.m. ET / 8 p.m. BST

10 อันดับ Power Rankings ก่อน Matchday 1

  1. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
  2. อาร์เซนอล
  3. บาเยิร์น มิวนิค
  4. บาร์เซโลนา
  5. เรอัล มาดริด
  6. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  7. อินเตอร์ มิลาน
  8. ลิเวอร์พูล
  9. แอตเลติโก มาดริด
  10. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด