Real Salt Lake ยืนยันจะเดินหน้าตามโมเดลพัฒนานักเตะต่อไป แม้เพิ่งได้ค่าตัว 15 ล้านดอลลาร์จาก Crystal Palace สำหรับการปล่อยตัวปีก Zavier Gozo โดย Kurt Schmid ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรระบุชัดว่า เงินก้อนนี้จะเข้ามาเป็นงวด และไม่ได้ทำให้สโมสรมีช่องใช้จ่ายแบบทันทีทันใด แต่จะถูกนำไปใช้ตามแผนสร้างทีมระยะยาวต่อไป


Real Salt Lake ไม่เปลี่ยนแนวทางปั้นนักเตะ
Schmid ซึ่งกำลังอยู่ในฤดูกาลที่สามกับบทบาทผู้อำนวยการกีฬาของ RSL บอกว่าสโมสรยังให้ความสำคัญกับอะคาเดมีและการดันผู้เล่นจากระบบเยาวชนขึ้นมาเหมือนเดิม พร้อมมองหานักเตะที่มีประสบการณ์เข้ามาเติมสมดุลให้ทีม
เขาย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การเร่งตัดสินใจแบบรีบร้อน แต่เป็นการหาคนที่ “เหมาะสม” กับโครงสร้างทีมมากกว่า โดยมองทั้งตลาดรอบนี้และรอบถัดไปเป็นโอกาสในการเสริมแข้งที่ยังพัฒนาต่อได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีตัวที่ช่วยประคองเกมและช่วยให้กระบวนการพัฒนาทีมเดินหน้าได้จริง
“มันเกี่ยวกับการหาคนที่ใช่ให้เข้ากับทีม” Schmid กล่าวทางโทรศัพท์
“ผมไม่คิดว่าเราต้องรีบแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเป็นตลาดรอบนี้หรือรอบหน้า เราจะมองหาคนที่เข้ามาแล้วเรายังพัฒนาต่อได้ เพราะนั่นคือโมเดลของเรา คือการพัฒนาผู้เล่น”
เขายังยกตัวอย่างว่า นักเตะอย่าง Morgan Guilavogui อาจไม่ใช่เคสของการปั้นดาวรุ่งโดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ภาพรวมของทีมเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
การขายใหญ่ไม่ทำให้ RSL ลืมเรื่องการชนะ
แม้พูดถึงการพัฒนาและการขายนักเตะเป็นหลัก Schmid ยืนยันว่าชัยชนะยังเป็นหัวใจของสโมสร เพราะหากทีมไม่ชนะ เกมของผู้เล่นก็ไม่มีคุณค่าในมุมของตลาดหรือการพัฒนาเท่าที่ควร
“ไม่มีใครอยากได้ผู้เล่นของคุณ ถ้าคุณไม่ชนะเกม เพราะพวกเขาไม่ได้เก่งพอถ้าไม่ช่วยให้คุณชนะ” เขากล่าว
แนวคิดนี้สะท้อนชัดว่าการสร้างทีมของ Real Salt Lake ไม่ได้แยกการพัฒนาออกจากผลงานในสนาม แต่ต้องเดินคู่กันไปทั้งสองด้าน
Diego Luna ยังเป็นชื่อที่ต้องจับตา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคืออนาคตของ Diego Luna มิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มเป็นผู้เล่นรายต่อไปที่อาจย้ายออกจากทีม Schmid เปิดเผยว่าต้องการเก็บเขาไว้กับสโมสรจนถึงสิ้นปี ก่อนจะประเมินข้อเสนอที่เข้ามาอีกครั้ง
Luna ผ่านฤดูกาลที่ผสมทั้งช่วงพีคและดรอปลง หลังเกือบจะติดทีมลุยฟุตบอลโลกกับ USMNT แต่สุดท้ายถูกตัดชื่อออกจากทีมของ Mauricio Pochettino ในช่วงท้าย จากนั้นเขาพยายามเรียกสมาธิกลับมา และผลงานที่ออกมาคือทำได้ 5 ประตู กับ 5 แอสซิสต์
Schmid ระบุว่าหากมีข้อเสนอที่เหมาะสมในช่วงตลาดหน้าหนาว สโมสรพร้อมพิจารณา และหากต้องรอถึงซัมเมอร์หน้า ซึ่งอาจมีเงินจากยุโรปเข้ามามากขึ้น ก็จะใช้จังหวะนั้นเช่นกัน เขาเสริมว่า Luna แสดงความต้องการชัดเจนว่าอยากไปเล่นต่างแดน ซึ่งสอดคล้องกับเส้นทางของนักเตะอายุน้อยหลายคนในทีมที่ต้องการก้าวไปอีกระดับ
เงินก้อนจาก Gozo และการขายแข้งที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ดีลของ Zavier Gozo ไม่ใช่การขายระดับแปดหลักครั้งแรกของ Real Salt Lake เพราะก่อนหน้านี้สโมสรเคยปล่อย Andrés Gómez ไปยัง Stade Rennais ด้วยค่าตัว 11 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 มาแล้ว
Schmid มองว่าดีลเล็กและดีลใหญ่ทำงานร่วมกันในการพยุงงบประมาณของสโมสร พร้อมเปิดทางให้ลงทุนกับขุมกำลังต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเขาไม่ปฏิเสธว่าการขายผู้เล่นดีที่สุดแล้วต้องจัดทีมใหม่เป็นเรื่องที่เขาสนุกกับมันด้วย เพราะมันคือโจทย์ที่รวมทั้งเรื่องขุมกำลัง เพดานค่าเหนื่อย และการวางโครงสร้างทีมเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับ Schmid เส้นทางในวงการฟุตบอลอาจมีเงาของ Sigi Schmid ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นสมาชิกหอเกียรติยศ National Soccer Hall of Fame และคว้าแชมป์เมเจอร์ 10 รายการตลอดอาชีพใน MLS รวมถึงสองแชมป์ MLS Cup กับ LA Galaxy และ Columbus Crew แต่เจ้าตัวย้ำว่าการไต่เต้าของเขาเกิดจากการเรียนรู้ทีละขั้น ผ่านงานกับ Seattle Sounders, LA Galaxy, Inter Miami และย้ายมารับตำแหน่งที่ RSL ในปี 2021
มุมวิเคราะห์: ทำไม Real Salt Lake ถึงยังเดินหน้าแบบเดิม
จากคำพูดของ Schmid แนวทางของ Real Salt Lake ชัดเจนมากว่าพวกเขาไม่ได้มองการขาย Zavier Gozo เป็นจุดเปลี่ยนจากโมเดลเดิม แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางพัฒนาผู้เล่นใช้งานได้จริง ทั้งในมิติฟุตบอลและการเงิน
เมื่อสโมสรสามารถสร้างมูลค่าจากนักเตะอายุน้อยได้ พร้อมกับนำประสบการณ์จากผู้เล่นอย่าง Morgan Guilavogui มาเติมเต็มทีม ภาพรวมจึงเป็นระบบที่ตั้งใจให้การเติบโตของผู้เล่นสัมพันธ์กับผลงานในสนาม ไม่ใช่รอขายอย่างเดียวหรือทุ่มซื้ออย่างเดียว
ประเด็นของ Diego Luna ก็ยิ่งสะท้อนหลักคิดนี้ เพราะ RSL รู้ดีว่าการเก็บนักเตะไว้ต่อไปอาจไม่ใช่คำตอบถาวร สิ่งสำคัญคือการเลือกเวลาปล่อยให้เหมาะ และใช้รายได้กลับมาหมุนเวียนต่อในโครงสร้างทีมแบบที่สโมสรทำอยู่




















