โรนัลดินโญเดินทางถึงราวินนาเพื่อเปิดตัวกับ Ravenna หลังสโมสรอิตาลีประกาศเซ็นสัญญาแบบเซอร์ไพรส์กับอดีตดาวดังทีมชาติบราซิลในเดือนมิถุนายน งานต้อนรับจัดขึ้นริมชายหาดท่ามกลางแฟนบอลจำนวนมาก แม้จะมีฝนโปรยสลับลงมาเป็นระยะ

สโมสรจัดให้วันพฤหัสบดีเป็น “Ronaldinho day” โดยเขาเข้าพบสื่อก่อนแล้วจึงไปปรากฏตัวในพิธีเปิดตัวช่วงค่ำ ซึ่งสะท้อนชัดว่าการมาถึงของเขาไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นเหตุการณ์สำคัญของสโมสรและเมืองที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในฐานะเมืองลูกหนัง
ต้อนรับถึงสนามบิน ก่อนต่อด้วยงานใหญ่ริมทะเล
โรนัลดินโญวัย 46 ปีลงจากเครื่องบินส่วนตัวที่สนามบินฟอร์ลี ซึ่งอยู่ห่างจากราวินนาราว 30 กิโลเมตร เขาเซ็นลูกฟุตบอลให้เจ้าหน้าที่สนามบินก่อนขึ้นรถออกจากรันเวย์ โดยไม่ได้แวะทักทายแฟนบอลที่รออยู่ฝั่งอาคารผู้โดยสาร
เขามาพร้อมกับ อิกนาซิโอ ชิปรียานี ประธานสโมสร Ravenna จากกลุ่มธุรกิจ Cipriani restaurant brand และยังมีอีกหนึ่งช่วงที่แฟนบอลรอคอยคือการเปิดตัวทีมริมชายหาด ซึ่งคาดว่าโรนัลดินโญจะออกมาปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย
ยังไม่ชัดว่าจะได้ลงเล่นเมื่อไร
โรนัลดินโญบอกว่าเขารู้สึกดี แต่ยังต้องรอดูว่าทุกอย่างจะไปได้ดีกับทีมหรือไม่ และเมื่อถูกถามถึงกำหนดการลงสนาม เขาตอบตรง ๆ ว่ายังไม่รู้ เพราะขึ้นอยู่กับประธานสโมสรและโค้ช
ความไม่ชัดเจนเรื่องโอกาสลงเล่นทำให้การมาร่วมทีมครั้งนี้ถูกมองอย่างระมัดระวังมากกว่าการคาดหวังเกินจริง สำหรับ Ravenna นี่คือการได้ชื่อของซูเปอร์สตาร์มาช่วยยกระดับความสนใจ ส่วนฝั่งนักเตะก็ย้ำว่าเขามาที่นี่เพราะความสัมพันธ์และตั้งใจช่วยทีม
"I've come here because of the friendship we have, and that's it, let's wait and see how the team does ... I'm here to help."
จุดหมายของ Ravenna ในฤดูกาลนี้
โรนัลดินโญจะไม่ลงเล่นในเกม Serie C นัดแรกของ Ravenna ที่จะออกไปเยือนเรจโจ เอมิเลียในวันจันทร์ และยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนตลอดฤดูกาล
ชิปรียานีบอกว่าเขาฝันอยากเห็นโรนัลดินโญยิงประตูสุดท้ายในอาชีพให้กับทีม ขณะที่โรนัลดินโญตอบรับแบบไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ เรื่องนี้ทำให้การดึงตัวเขาไม่ได้มีความหมายแค่เชิงภาพลักษณ์ แต่ยังผูกกับความหวังของสโมสรในสนามจริงด้วย
ชื่อที่ยังมีน้ำหนักในฟุตบอลโลก
นี่เป็นการเล่นในอิตาลีเป็นครั้งที่สองของโรนัลดินโญ หลังเคยอยู่กับ AC Milan ระหว่างปี 2008-11 และนัดสุดท้ายในระดับอาชีพของเขาคือกับ Fluminense ในปี 2015
ประวัติของเขายังหนักแน่นพอจะทำให้ทุกการปรากฏตัวกลายเป็นข่าวใหญ่ ตั้งแต่แชมป์โลกกับบราซิลในปี 2002 ไปจนถึงการคว้ารางวัล Ballon d'Or ในปี 2005 ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมการมาถึงราวินนาครั้งนี้จึงถูกจับตาทั้งจากแฟน Ravenna และคนดูฟุตบอลทั่วไป



















