คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกเปลี่ยนออกในช่วงพักครึ่ง แต่ อัล นาสเซอร์ ที่เหลือผู้เล่น 10 คนกลับพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 2-0 ก่อนแซงชนะ อัล เอตติฟาค ในศึก Saudi Pro League เมื่อคืนวันอังคาร เป็นเกมที่สะท้อนทั้งการตัดสินใจของ อังเก้ ปอสเตโคกลู และความไม่ยอมแพ้ของทีมเจ้าบ้าน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และอังเก้ ปอสเตโคกลูในเกมอัล นาสเซอร์ พบอัล เอตติฟาค

เกมนี้ อัล นาสเซอร์ ต้องเจอปัญหาหนักตั้งแต่นาทีที่ 13 เมื่อ เบนโต ผู้รักษาประตูโดนไล่ออก ทำให้รูปเกมเสียเปรียบทันที ก่อนที่ อัล เอตติฟาค จะยิงนำ 2-0 ในครึ่งแรก

จังหวะการแข่งขันที่อัล นาสเซอร์ พลิกกลับมาชนะอัล เอตติฟาคในซาอุดี โปรลีก
Ronaldo tells media: I'll finish when I want, not when you want

หลังพักครึ่ง ปอสเตโคกลูตัดสินใจถอด โรนัลโด้ ออก แล้วส่ง อับดุลลาฮ์ อัล-ไคบารี ลงมาแทน โดยระบุชัดว่ากองหน้าชาวโปรตุเกสไม่ได้ลงเล่นมากนัก และเมื่อทีมเหลือ 10 คนจึงต้องปรับวิธีเล่นในครึ่งหลัง

16 นาทีสุดท้ายเปลี่ยนทุกอย่าง

อัล นาสเซอร์ ค่อย ๆ ไต่กลับเข้าสู่เกมก่อนเร่งเครื่องในช่วงท้าย ซาดิโอ มาเน่ ยิงไล่มาเป็น 2-1 จากนั้น ชูเอา เฟลิกซ์ จ่ายให้ อับดุลลาฮ์ อัล-อัมรี ยิงตีเสมอ และสุดท้าย มาเน่ ซัดประตูชัยนาทีที่ 90 พาทีมพลิกชนะอย่างเหลือเชื่อ

ปอสเตโคกลูยกชัยชนะให้ความทุ่มเทของลูกทีม

หลังเกม ปอสเตโคกลูย้ำว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการทำงานหนัก ความมุ่งมั่น และสปิริตของนักเตะ เขาชมลูกทีมว่าไม่ได้มีแค่คุณภาพ แต่เป็นผู้เล่นที่พร้อมสู้ในวันที่สถานการณ์ยากที่สุด

“Nothing is by luck. Everything is hard work and sweat, as you can see.”

“But what you have to understand is that it's not just about the player quality, it's about what kind of person they are. So yes, they're top-quality players, but they're fighters. And today they made a decision to fight.”

โรนัลโด้กับอีกหนึ่งหมุดหมายของฤดูกาล

โรนัลโด้ วัย 41 ปี เพิ่งกลับมาจากภารกิจทีมชาติโปรตุเกส และนี่คือฤดูกาลที่ 25 ของเขากับ อัล นาสเซอร์ เขาเพิ่งยิงประตูที่ 977 ในอาชีพจากเกมชนะ อัล ริยาดห์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จึงยังเป็นตัวหลักที่ดึงความสนใจได้เสมอ แม้เกมนี้จะไม่ได้เล่นครบ 90 นาที

บทเรียนของเกมนี้สำหรับ อัล นาสเซอร์

นัดนี้ไม่ได้ชี้แค่ว่า อัล นาสเซอร์ เอาชนะสถานการณ์เสียเปรียบได้ แต่ยังบอกชัดว่าทีมยังรักษาความเชื่อมั่นได้แม้เสียผู้รักษาประตูตั้งแต่ต้นเกมและโดนนำสองลูก การตอบสนองในครึ่งหลัง โดยเฉพาะความเฉียบขาดของ มาเน่ และการสร้างจังหวะจาก เฟลิกซ์ คือสิ่งที่เปลี่ยนเกมได้จริง

สำหรับแฟนบอล นี่คือชัยชนะที่ย้ำว่า อัล นาสเซอร์ ยังมีทั้งความลึกของขุมกำลังและบุคลิกของทีมที่ไม่ยอมถอดใจ แม้ต้องเล่น 10 คนและถอด โรนัลโด้ ออกตั้งแต่พักครึ่งก็ตาม