ยูฟ่ากำลังจะถอนคำขู่บอยคอตต์การแข่งขันของฟีฟ่า หลังได้รับคำยืนยันว่าแผนตั้งบริษัทย่อยเพื่อควบคุมสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของฟุตบอลโลกจะไม่ถูกนำกลับมาพิจารณาอีก ความชัดเจนครั้งนี้ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนต่อทีมยุโรปก่อนศึก FIFA Under-20 Women's World Cup ที่จะเปิดฉากวันที่ 5 กันยายนที่โปแลนด์

ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมของสหพันธ์สมาชิกยูฟ่าในโมนาโกวันพฤหัสบดี ซึ่งจัดขึ้นก่อนการจับสลากแชมเปียนส์ลีก และมีแนวโน้มว่าที่ประชุมจะยุติท่าทีคว่ำบาตรที่เคยขู่ไว้

แผนมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ที่จุดไฟให้วงการฟุตบอลยุโรป
ต้นตอของเรื่องนี้มาจากแผนของจานนี อินฟานติโนที่ถูกเปิดเผยว่าต้องการตั้งบริษัทลูกมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์เพื่อดูแลสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของฟีฟ่า รวมถึงฟุตบอลโลก โดยจะมีนักลงทุนถือหุ้น 20% ผ่านกองทุนในนิวยอร์กที่ก่อตั้งโดย Joshua Kushner
เสียงต่อต้านลุกลามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อินฟานติโนจะถอนข้อเสนอนี้ภายใน 4 วัน ท่ามกลางแรงกดดันจากยูฟ่า และการสนับสนุนจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียกับ Concacaf
คำยืนยันใหม่ทำให้ทีมยุโรปเดินหน้าพร้อมหน้า
เมื่อยูฟ่าได้รับคำยืนยันว่าแผนดังกล่าวจะไม่ถูกเสนอในรูปแบบอื่นอีก ความเสี่ยงที่ทีมยุโรปจะถูกดึงเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งในประเด็นนี้ก็ลดลงทันที และเปิดทางให้การเตรียมทีมสำหรับทัวร์นาเมนต์เยาวชนโลกเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น
ในรายการ 24 ชาติครั้งนี้ ฝรั่งเศสและสเปนประกาศรายชื่อทีมไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนอังกฤษ อิตาลี โปรตุเกส และเจ้าภาพโปแลนด์ก็อยู่ในกลุ่มทีมยุโรปที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันเช่นกัน
ยูฟ่าขยับสู่เกมกดดันผู้นำฟีฟ่า
ยูฟ่าเคยส่งสัญญาณแรงเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมว่าไม่มีความเชื่อมั่นในภาวะผู้นำของอินฟานติโน ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาพร้อมขวางการเลือกตั้งซ้ำของเขาในเดือนมีนาคมปีหน้า
ฟีฟ่ากำหนดเส้นตายวันที่ 18 พฤศจิกายนสำหรับการยื่นชื่อชิงตำแหน่งประธาน ก่อนการลงคะแนนของสมาชิก 211 ชาติในกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก ขณะที่อินฟานติโนเคยดูเหมือนจะได้ต่อสมัยแบบไม่มีคู่แข่งจนถึงปี 2031 แต่แผนลงทุนครั้งนี้ทำให้สมการอำนาจในฟีฟ่าเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่แฟนบอลควรรู้จากท่าทีล่าสุด
การถอนคำขู่บอยคอตต์หมายถึงความชัดเจนมากขึ้นสำหรับทีมชาติยุโรปที่ต้องเตรียมตัวแข่งในฟุตบอลหญิงเยาวชนโลก และยังสะท้อนว่าความขัดแย้งระดับผู้บริหารฟุตบอลโลกยังไม่ปิดฉากง่าย ๆ
สำหรับแฟนบอล ประเด็นสำคัญคือยูฟ่าได้แสดงอำนาจต่อรองเต็มที่แล้ว และต่อจากนี้ทิศทางของการเมืองในฟีฟ่าจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม



















