อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะ 4 นัดรวด เก็บได้ทีมละ 12 คะแนน และทิ้งห่างฮัลล์ ซิตี้ อันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน ขณะเดียวกัน ประเด็น VAR จากเกมของทั้งสองทีมกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสุดสัปดาห์นี้

ภาพประกอบประเด็นพรีเมียร์ลีกในสุดสัปดาห์ที่มีการถกเถียงเรื่อง VAR

อาร์เซนอลบุกชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ฟิล โฟเดนจะถูกไล่ออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก

ภาพประกอบอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะ 4 นัดรวด

นอกเหนือจากการนำร่วมบนหัวตาราง ฮัลล์ ซิตี้และอิปสวิช ทาวน์เริ่มต้นได้ดีหลังเลื่อนชั้น ขณะที่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ยังยิงประตูไม่ได้ และโคเวนทรี ซิตี้กำลังรอแต้มแรกของฤดูกาล

ภาพประกอบการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในช่วงสุดสัปดาห์เดียวกัน
Nicol convinced Arsenal will be champions after Sunderland win

อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้สร้างระยะห่างตั้งแต่ต้นฤดูกาล

การเก็บ 12 คะแนนเต็มทำให้ทั้งสองทีมเป็นมาตรฐานของลีกในช่วงออกตัว อาร์เซนอลรักษาความต่อเนื่องจากการคว้าแชมป์ฤดูกาลก่อน ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้แสดงให้เห็นถึงการบริหารเกมในสถานการณ์กดดันจากชัยชนะในแมนเชสเตอร์ดาร์บี

ภาพประกอบการนำร่วมของอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้บนตารางพรีเมียร์ลีก

เกมที่ซันเดอร์แลนด์ อาร์เซนอลได้ประตูสุดสวยของบรูโน กิมาไรส์ ขณะที่ดาบิด รายาเซฟจุดโทษของเอ็นโซ เลอ เฟได้ ฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลของมาร์ติน โอเดอการ์ดและสัญญาณการคืนฟอร์มของบูกาโย ซากา ช่วยให้ทีมมีทางเลือกมากขึ้นในเกมรุก

ภาพประกอบอาร์เซนอลในเกมบุกชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ประตูชัยจากเออร์ลิง ฮาลันด์ แม้จะเหลือผู้เล่น 10 คนหลังฟิล โฟเดนโดนใบแดง ชัยชนะลักษณะนี้มีความหมายเกินกว่า 3 คะแนน เพราะสะท้อนว่าทีมยังพาผลการแข่งขันกลับบ้านได้แม้รูปเกมไม่เป็นใจ

ภาพประกอบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
  1. อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้เพียงออกตัวด้วยผลชนะเท่านั้น แต่ยังเก็บแต้มเต็มในช่วงที่หลายทีมรอบตัวเริ่มเผยจุดเปราะบาง
  2. ช่องว่าง 4 คะแนนเหนือฮัลล์ยังเปลี่ยนแปลงได้ง่ายในระยะต้นฤดูกาล แต่ทำให้ทุกเกมต่อจากนี้ของทีมตามมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นทันที

VAR ถูกตั้งคำถามจากสองจังหวะสำคัญ

มิเกล อาร์เตตาไม่พอใจกับจุดโทษที่อาร์เซนอลเสียในเกมเยือนซันเดอร์แลนด์ จากจังหวะเตะมุมที่เอซรี คอนซาถูกตัดสินว่าฟาวล์แดน บอลลาร์ด ทั้งที่ภาพรีเพลย์ชี้ว่าคอนซาเป็นฝ่ายถูกทำฟาวล์ อาร์เตตามองว่าระบบต้องรับผิดชอบต่อการปกป้องเกม เพราะการตัดสินเช่นนี้อาจส่งผลต่อผลการแข่งขันและโมเมนตัมของทีม

ประตูของฮาลันด์ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกยืนยันหลัง VAR พิจารณาว่าแพทริค ดอร์กูทำให้ฮาลันด์ไม่ล้ำหน้า แต่ข้อถกเถียงอยู่ที่เอ็นโซ เฟร์นานเดซของซิตี้ไม่ถูกมองว่ารบกวนการเล่น แม้เขาพยายามโหม่งบอลภายใต้แรงกดดันจากลิซานโดร มาร์ติเนซ โดยมีทั้งเซนเน ลัมเมนส์และมาร์ติเนซอยู่ในจังหวะนั้น

Pro Ref ระบุภายหลังว่าเกิดความผิดพลาดในการใช้ดุลยพินิจที่มีส่วนต่อการให้ประตู ไมเคิล คาร์ริกจึงตั้งคำถามถึงมาตรฐานการมองเกม ขณะที่เวย์น รูนีย์วิจารณ์ว่า VAR พรากอารมณ์และพลังของฟุตบอลไป

  1. ความกังวลไม่ได้อยู่ที่การมี VAR เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เกณฑ์การตีความจังหวะสำคัญซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทีมและแฟนบอล
  2. เมื่อหน่วยงานผู้ตัดสินยอมรับความผิดพลาดหลังเกม ความชัดเจนและความสม่ำเสมอของการตัดสินย่อมกลายเป็นประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ฮัลล์และอิปสวิชออกตัวดี แต่บททดสอบยังอีกยาว

ฮัลล์ยังไม่แพ้ใคร เก็บได้ 8 คะแนนจาก 4 นัด และเกือบบุกคว้า 3 คะแนนจากเชลซี หลังโมฮาเหม็ด-อาลี โชมีโอกาสช่วงท้ายแต่เอมิเลียโน มาร์ติเนซเซฟไว้ ก่อนจบด้วยผลเสมอ 2-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

แม้เริ่มต้นได้น่าประทับใจ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิชยังยืนยันว่าเป้าหมายของฮัลล์คือการอยู่รอด ขณะที่อิปสวิชบุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-2 จากประตูท้ายเกมของเซียน เฟลมมิง ทำให้มี 6 คะแนน ส่วนโคเวนทรียังไม่มีคะแนน

ทีมน้องใหม่ทั้งสามทีมใช้จ่ายรวมกันราว 557 ล้านยูโรในตลาดซัมเมอร์ เทียบกับ 434 ล้านยูโรของทีมน้องใหม่เมื่อฤดูกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ผลงาน 4 นัดยังไม่มากพอจะใช้ตัดสินว่าเลื่อนชั้นชุดใดแข็งแกร่งกว่า

สเปอร์สยังฝืดในแนวรุก แต่เร็วเกินไปที่จะชี้ชะตา

ท็อตแน่มมี 2 คะแนนและยังยิงประตูไม่ได้หลังผ่าน 4 นัด เกมล่าสุดเสมอเอฟเวอร์ตัน 0-0 ต่อจากความพ่ายแพ้ต่อเบรนท์ฟอร์ดและนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด รวมถึงผลเสมอที่ฟอเรสต์

การปรับทีมครั้งใหญ่หลังใช้จ่าย 366.5 ล้านยูโรในช่วงซัมเมอร์ทำให้ทีมต้องใช้เวลาหาจังหวะร่วมกัน ซาวิโอและโอมาร์ มาร์มูชยังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับแนวทางของโรแบร์โต เด แซร์บี ขณะที่โมฮัมเหม็ด คูดุสต้องเรียกฟอร์ม และมาติส เทลกำลังได้รับความเชื่อมั่นจากผู้จัดการทีม

ปัญหาการจบสกอร์เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่หลักฐานจาก 4 นัดยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าสเปอร์สต้องกลับไปดิ้นรนหนีตกชั้น

โคเวนทรียังหนุนหลังแฟรงค์ แลมพาร์ด

โคเวนทรีแพ้ 4 นัดแรก ยังไม่มีคะแนนและยังยิงประตูไม่ได้ เกมล่าสุดแพ้ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 0-5 ในบ้าน หลังจากแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้ฮัลล์ 0-1 และแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

แม้ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันจะหนัก แต่โคเวนทรีเล่นได้ดีในครึ่งแรก ก่อนที่ใบแดงของไตโว อโวนิยีในนาทีที่ 53 จะเปลี่ยนทิศทางเกม ตอนนั้นทีมตาม 0-2 แต่ยังสร้างโอกาสได้

แลมพาร์ดพาโคเวนทรีกลับสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี และแฟนบอลยังยืนอยู่ข้างเขา หลังจบเกมวันอาทิตย์ แฟนเจ้าถิ่นลุกขึ้นปรบมือให้ทีมแทนเสียงโห่ การสนับสนุนดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่ทีมยังต้องหาชัยชนะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศของฤดูกาล