สิงคโปร์บุกชนะไทย 2-1 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน แต่ยังตกรอบ ASEAN Championship หลังแพ้สกอร์รวม 4-3 จากความเสียเปรียบในนัดแรก 1-3 ผลลัพธ์จึงสะท้อนภาพที่ชัดเจนที่สุดของสองเลกนี้คือ สิงคโปร์สู้ได้ดีขึ้นมาก แต่ช่องว่างจากเกมแรกยังมากพอจะตัดสินเส้นทางของพวกเขา

ชัยชนะครั้งนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะเป็นการชนะไทยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 และยังเป็นปีเดียวกับที่สิงคโปร์คว้าแชมป์ระดับภูมิภาคสมัยที่ 4 ด้วย
สิงคโปร์เล่นด้วยความเชื่อว่าเอาอยู่
ทีมของ Gavin Lee ออกสตาร์ตด้วยท่าทีที่ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้มารับผลตามสถานการณ์อย่างเดียว ตลอดเกมเยือนนัดนี้สิงคโปร์ครองบอล 62% ขณะที่ในนัดแรกพวกเขาครองบอลเพียง 28% ตัวเลขนี้บอกตรง ๆ ว่ารูปเกมสองนัดเปลี่ยนไปมาก
ประตูนำเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรก Kyoga Nakamura จ่ายบอลทะลุช่องไปทางขวาให้ Farhan Zulkifli แต่ Kampol Pathomakkakul ออกมาตัดจังหวะได้ ทว่าแรงสกัดของเขาทำให้บอลไปเข้าทาง Harhys Stewart และซัดจากระยะไกลราว 35 หลาเข้าไปอย่างเฉียบขาด
ไทยตอบโต้ได้ แต่สิงคโปร์ยังไม่ยอม
หลังพักครึ่ง ไทยเริ่มคุมจังหวะเกมได้ดีขึ้น และนาทีที่ 59 Kakana Khamyok พาบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้ Wanchai Jarunongkran หลุดไปทางซ้าย จากนั้น Ryhan Stewart ไปทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงให้จุดโทษแก่ไทย
Kakana รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งบอลผ่านมือ Izwan Mahbud ให้ไทยกลับมานำในสกอร์รวมอีกครั้ง
แต่สิงคโปร์ตอบสนองเร็วมาก นาทีที่ 65 พวกเขาไล่บี้จากลูกเตะมุมจนบอลกระเด็นออกมาทางขวา Ryhan Stewart เปิดเรียดเข้าไปในกรอบหกหลา และบอลแฉลบ Pansa Hemviboon เข้าประตูตัวเอง ทำให้เกมนี้กลับมาเดือดอีกครั้ง

ช่วงท้ายไทยเฉียบกว่าในจังหวะปิดเกม
หลังได้ประตูที่สอง สิงคโปร์เดินหน้ากดดันต่อ Irfan Fandi ได้โหม่งจากลูกเตะมุมแต่บอลตรงตัว Kampol Pathomakkakul ส่วน Song Ui-Young ยังขยับหาพื้นที่และช่วยให้ทีมต่อเกมขึ้นหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเร่งเกมของสิงคโปร์ทำให้พวกเขาเปิดพื้นที่ด้านหลังมากขึ้น และไทยก็มีโอกาสปิดบัญชีจาก Teerasak Poeiphimai สองครั้งติดกัน ครั้งแรกชนเสา และครั้งที่สองถูก Izwan Mahbud ปัดจนนำไปชนคานหรือเสาอีกครั้ง
สุดท้ายสิงคโปร์ชนะนัดนี้ได้ แต่ไม่พอสำหรับการพลิกผลรวมกลับมาเข้ารอบ
Lee ชี้ว่าความเชื่อมั่นของทีมสร้างจากผลงานจริง
Gavin Lee ให้ความหมายกับผลงานของทีมว่าเป็นการสะสมหลักฐานทีละนัด มากกว่าจะเป็นอารมณ์ชั่วคราว เขาบอกว่าความเชื่อมั่นไม่ได้ซื้อได้จากที่ไหน แต่ต้องสร้างจากสิ่งที่ทีมทำได้จริงในสนาม
"Belief is built on evidence"
Lee ยังชี้ถึงรากฐานจากเกมคัดเลือกเอเชียนคัพ แคมป์ที่โอกินาวะ และการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ว่าเป็นพัฒนาการต่อเนื่องของกลุ่มผู้เล่น เขามองว่าสิงคโปร์แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเล่นและแข่งขันกับทีมอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยได้
สำหรับเขา สิ่งที่น่าพอใจไม่แพ้ผลงานในสนามคือความสัมพันธ์กับแฟนบอล การสนับสนุนที่มากขึ้นช่วยให้ผู้เล่นรับรู้หน้าที่ของตัวเองชัดขึ้น และตอบแทนได้ด้วยทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

ตกรอบ แต่ได้ทุนความเชื่อกลับไป
สิงคโปร์ไม่ได้กลับบ้านพร้อมถ้วยเหมือนปี 2012 แต่การชนะไทยนอกบ้านและการสู้ได้ตลอดสองนัดทำให้พวกเขากลับออกไปพร้อมสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าเสียงชื่นชม นั่นคือหลักฐานว่าทีมชุดนี้ยกระดับตัวเองขึ้นจริง
สำหรับแฟนบอล นี่คือเกมที่บอกว่าทีมชาติสิงคโปร์ไม่ได้มาเพื่อรอรับแรงกดดันอีกต่อไป พวกเขามีทั้งความเชื่อ วิธีเล่น และความกล้าพอจะยืนแลกกับคู่แข่งระดับเดิมได้อย่างมีรูปทรง

















